ข้ามไปเนื้อหาหลัก
คณิตศาสตร์

ความน่าจะเป็น ม.3 เริ่มจากโยนเหรียญจนถึงโจทย์สอบ

ความน่าจะเป็น ม.3 ตั้งแต่การทดลองสุ่ม ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ เหตุการณ์ ถึงสูตรหาความน่าจะเป็น ฝึกกับเหรียญ ลูกเต๋า และสลาก พร้อมจุดที่มักพลาดและโจทย์ฝึกมีเฉลย

ภาพปกบทความ ความน่าจะเป็น ม.3 เหรียญและลูกเต๋า

ความน่าจะเป็น ม.3 คือการวัดว่าเหตุการณ์หนึ่ง "มีโอกาสเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน" เป็นตัวเลขตั้งแต่ 0 ถึง 1 ถ้าผลลัพธ์แต่ละแบบมีโอกาสเกิดเท่ากัน ให้นับจำนวนผลลัพธ์ที่เราสนใจ แล้วหารด้วยจำนวนผลลัพธ์ทั้งหมด เท่านี้ก็ทำโจทย์ส่วนใหญ่ได้แล้ว จุดที่ต้องฝึกจริง ๆ คือการ "นับให้ครบและไม่ซ้ำ"

ตัวชี้วัด ค 3.2 ม.3/1 ให้น้องเข้าใจการทดลองสุ่มและนำผลไปหาความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ ตามลำดับหนังสือเรียน บทนี้มักอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ของ ม.3 ถ้าในห้องยังไม่ถึง การอ่านล่วงหน้าตอนนี้ก็ช่วยให้เข้าห้องแล้วตามทันสบาย ๆ และเป็นเนื้อหาที่ควรทวนก่อนสอบเข้า ม.4 ด้วย

ศัพท์สามคำที่ต้องรู้ก่อน

คำ ความหมาย ตัวอย่าง: ทอดลูกเต๋า 1 ลูก
การทดลองสุ่ม การกระทำที่บอกล่วงหน้าไม่ได้ว่าจะได้ผลอะไร แต่รู้ว่าเป็นอะไรได้บ้าง ทอดลูกเต๋าหนึ่งครั้ง
ผลลัพธ์ทั้งหมด (แซมเปิลสเปซ) ผลที่เป็นไปได้ทุกแบบ เขียนแทนด้วย SS S={1,2,3,4,5,6}S = \{1, 2, 3, 4, 5, 6\}
เหตุการณ์ ผลลัพธ์ส่วนที่เราสนใจ เขียนแทนด้วย EE ได้แต้มคู่ E={2,4,6}E = \{2, 4, 6\}

สูตรความน่าจะเป็น ม.3

เมื่อผลลัพธ์ทุกแบบมีโอกาสเกิดเท่า ๆ กัน

P(E)=n(E)n(S)=จำนวนผลลัพธ์ของเหตุการณ์จำนวนผลลัพธ์ทั้งหมดP(E) = \frac{n(E)}{n(S)} = \frac{\text{จำนวนผลลัพธ์ของเหตุการณ์}}{\text{จำนวนผลลัพธ์ทั้งหมด}}

จากตาราง P(แต้มคู่)=36=12P(\text{แต้มคู่}) = \dfrac{3}{6} = \dfrac{1}{2}

สมบัติที่ใช้ตรวจคำตอบได้ทันที

  • 0≤P(E)≤10 \le P(E) \le 1 เสมอ
  • เหตุการณ์ที่เกิดไม่ได้แน่นอน เช่น ทอดได้แต้ม 7 มีความน่าจะเป็น 00
  • เหตุการณ์ที่เกิดแน่นอน เช่น ได้แต้มไม่เกิน 6 มีความน่าจะเป็น 11
  • ความน่าจะเป็นที่ ไม่ เกิด EE คือ 1−P(E)1 - P(E)

เพราะคำตอบมักเป็นเศษส่วน ทักษะการทำเศษส่วนอย่างต่ำจากประถมจะกลับมาใช้อีกครั้ง ถ้าอยากทวน อ่าน บวกลบเศษส่วน ได้

ไล่จากง่ายไปยาก 4 ขั้น

ขั้นที่ 1: เหรียญ 1 เหรียญ และลูกเต๋า 1 ลูก

โยนเหรียญบาทหนึ่งครั้ง S={หัว,ก้อย}S = \{\text{หัว}, \text{ก้อย}\} ดังนั้น P(หัว)=12P(\text{หัว}) = \dfrac{1}{2}

ทอดลูกเต๋าหนึ่งครั้ง ความน่าจะเป็นที่ได้แต้มมากกว่า 4 คือ E={5,6}E = \{5, 6\} ได้ 26=13\dfrac{2}{6} = \dfrac{1}{3}

ขั้นที่ 2: เหรียญ 2 เหรียญ

โยนเหรียญสองเหรียญพร้อมกัน ให้ถือว่าเหรียญแต่ละเหรียญแยกกัน (เช่น เหรียญบาทกับเหรียญห้าบาท) จะได้

S={หห,หก,กห,กก}n(S)=4S = \{\text{หห}, \text{หก}, \text{กห}, \text{กก}\} \quad n(S) = 4

ความน่าจะเป็นที่ออกหัว หนึ่งเหรียญพอดี คือ {หก,กห}\{\text{หก}, \text{กห}\} ได้ 24=12\dfrac{2}{4} = \dfrac{1}{2}

ขั้นที่ 3: ลูกเต๋า 2 ลูก ใช้ตาราง

ทอดลูกเต๋าสองลูก ผลลัพธ์ทั้งหมดมี 6×6=366 \times 6 = 36 แบบ วิธีที่ช่วยไม่ให้นับตกคือเขียนตาราง 6 x 6 ให้แถวเป็นลูกที่ 1 หลักเป็นลูกที่ 2 แล้วเติมผลรวมในช่อง

  • ผลรวมเป็น 7 มี (1,6),(2,5),(3,4),(4,3),(5,2),(6,1)(1,6), (2,5), (3,4), (4,3), (5,2), (6,1) รวม 6 แบบ ได้ 636=16\dfrac{6}{36} = \dfrac{1}{6}
  • ผลรวมเป็น 8 มี (2,6),(3,5),(4,4),(5,3),(6,2)(2,6), (3,5), (4,4), (5,3), (6,2) รวม 5 แบบ ได้ 536\dfrac{5}{36}

สังเกตว่า (2,5)(2,5) กับ (5,2)(5,2) นับเป็นคนละแบบ เพราะลูกที่ 1 และลูกที่ 2 ได้แต้มต่างกัน

ขั้นที่ 4: หยิบสลากหรือหยิบของ

ตัวอย่าง ขวดโหลบนโต๊ะคุณครูมีลูกอมรสสตรอว์เบอร์รี 5 เม็ด รสแอปเปิล 3 เม็ด รสส้ม 2 เม็ด หยิบมา 1 เม็ดโดยไม่มอง

  • n(S)=5+3+2=10n(S) = 5 + 3 + 2 = 10
  • P(แอปเปิล)=310P(\text{แอปเปิล}) = \dfrac{3}{10}
  • P(ไม่ใช่แอปเปิล)=1−310=710P(\text{ไม่ใช่แอปเปิล}) = 1 - \dfrac{3}{10} = \dfrac{7}{10}

ตัวอย่างแนวข้อสอบ มีสลากเขียนเลข 1 ถึง 5 อย่างละใบ หยิบพร้อมกัน 2 ใบ ความน่าจะเป็นที่ผลบวกของเลขบนสลากเป็นเลขคู่เป็นเท่าไร

  1. หยิบพร้อมกันจึงไม่สนลำดับ คู่ทั้งหมดมี {1,2},{1,3},{1,4},{1,5},{2,3},{2,4},{2,5},{3,4},{3,5},{4,5}\{1,2\}, \{1,3\}, \{1,4\}, \{1,5\}, \{2,3\}, \{2,4\}, \{2,5\}, \{3,4\}, \{3,5\}, \{4,5\} รวม 10 คู่
  2. ผลบวกเป็นคู่เมื่อเป็นคี่ทั้งคู่หรือคู่ทั้งคู่ ได้ {1,3},{1,5},{3,5},{2,4}\{1,3\}, \{1,5\}, \{3,5\}, \{2,4\} รวม 4 คู่
  3. ความน่าจะเป็น 410=25\dfrac{4}{10} = \dfrac{2}{5}

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • นับผลลัพธ์รวมกลุ่มผิด โยนเหรียญ 2 เหรียญ แล้วคิดว่าผลมีแค่ 3 แบบ คือ หัว 2 หัว 1 และหัว 0 จึงตอบว่าออกหัวหนึ่งเหรียญเป็น 13\frac{1}{3} ที่ถูกคือ 12\frac{1}{2} เพราะแบบ "หัว 1" เกิดได้สองทาง
  • นับซ้ำหรือนับตก ในลูกเต๋าสองลูก ให้ใช้ตารางแทนการนึกในหัว
  • สับสนเรื่องลำดับ ทอดลูกเต๋าสองลูกต้องนับ (2,5)(2,5) กับ (5,2)(5,2) แยกกัน แต่หยิบสลากพร้อมกันไม่ต้องนับลำดับ ให้ถามตัวเองก่อนทุกข้อว่าลำดับมีผลไหม
  • ลืมทำเศษส่วนอย่างต่ำ 636\frac{6}{36} ไม่ผิด แต่ถ้าตัวเลือกในข้อสอบเขียน 16\frac{1}{6} อาจมองข้าม
  • คิดว่าโอกาสมีความจำ ออกหัวติดกันหลายครั้งไม่ได้ทำให้ครั้งต่อไปมีโอกาสออกก้อยมากขึ้น

ถ้าพลาดข้อไหน ลองแยกว่าพลาดที่ "นับ" หรือพลาดที่ "คำนวณ" วิธีจดแบบนี้อยู่ใน วิเคราะห์ข้อผิดพลาดหลังสอบ

โจทย์ฝึกพร้อมเฉลย

  1. ทอดลูกเต๋า 1 ลูก ความน่าจะเป็นที่ได้จำนวนเฉพาะ
  2. โยนเหรียญ 2 เหรียญ ความน่าจะเป็นที่ได้ก้อยอย่างน้อย 1 เหรียญ
  3. ทอดลูกเต๋า 2 ลูก ความน่าจะเป็นที่ได้แต้มเท่ากันทั้งสองลูก
  4. ถุงผ้ามีลูกปิงปองสีแดง 4 ลูก สีฟ้า 6 ลูก หยิบ 1 ลูก ความน่าจะเป็นที่ไม่ได้สีแดง
  5. โยนเหรียญ 3 เหรียญ ความน่าจะเป็นที่ออกหัว 2 เหรียญพอดี

เฉลย

  1. จำนวนเฉพาะคือ {2,3,5}\{2, 3, 5\} ได้ 36=12\frac{3}{6} = \frac{1}{2}
  2. ใช้ส่วนเติมเต็ม เหตุการณ์ที่ไม่มีก้อยเลยคือ {หห}\{\text{หห}\} มีโอกาส 14\frac{1}{4} ดังนั้นคำตอบคือ 1−14=341 - \frac{1}{4} = \frac{3}{4}
  3. แต้มเท่ากันมี (1,1)(1,1) ถึง (6,6)(6,6) รวม 6 แบบ ได้ 636=16\frac{6}{36} = \frac{1}{6}
  4. 610=35\frac{6}{10} = \frac{3}{5}
  5. n(S)=23=8n(S) = 2^3 = 8 ออกหัว 2 เหรียญพอดีคือ หหก หกห กหห รวม 3 แบบ ได้ 38\frac{3}{8}

ใครกำลังวางแผนสอบเข้า ม.4 ดูภาพรวมการเตรียมตัวได้ที่ สอบเข้า ม.4 รอบทั่วไป

ตีโจทย์ช่วยฝึกความน่าจะเป็นได้อย่างไร

ตีโจทย์กำลังเตรียมเปิดให้ใช้ และออกแบบบทนี้ไว้ให้

  • คำใบ้ทีละขั้น 5 ระดับ เช่น ถามก่อนว่า "ลำดับมีผลไหม" หรือ "ลองเขียนผลลัพธ์ทั้งหมดออกมาดูไหม" ก่อนจะทำขั้นแรกให้ดู
  • เฉลยละเอียด 6 ส่วน ระบุว่าโจทย์ให้อะไร ถามอะไร นับผลลัพธ์อย่างไร ตรวจคำตอบด้วยสมบัติ 0≤P(E)≤10 \le P(E) \le 1 และชี้จุดที่มักนับพลาด
  • โจทย์ท้าตีแตก ในภารกิจรายวัน ให้ลองโจทย์ที่ต้องคิดเรื่องลำดับหรือส่วนเติมเต็ม
  • บอสสอบจำลอง ปิดท้ายบท ถ้ายังไม่ผ่านจะเป็นแค่ "บอสบาดเจ็บ" แล้วกลับมาสู้ใหม่ได้

สรุป

ความน่าจะเป็นเริ่มจากการเขียนผลลัพธ์ทั้งหมดให้ครบ แล้วนับผลลัพธ์ที่สนใจ หารกันเป็นเศษส่วนอย่างต่ำ ตรวจทุกครั้งว่าคำตอบอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1 ถ้าโจทย์ถาม "ไม่เกิด" หรือ "อย่างน้อย" ลองใช้ 1−P(E)1 - P(E) และถามตัวเองเสมอว่าลำดับมีผลหรือไม่ ฝึกจากเหรียญ ลูกเต๋า ไปจนถึงสลาก แล้วจะเห็นว่าโจทย์สอบก็ใช้หลักเดียวกัน

ตีโจทย์กำลังเตรียมเปิดให้ใช้ ถ้าอยากลองเป็นกลุ่มแรก ลงชื่อรอไว้ได้ที่หน้าแรกของ teejot.com

คำถามที่พบบ่อย

ความน่าจะเป็นมีค่ามากกว่า 1 หรือติดลบได้ไหม

ไม่ได้ ความน่าจะเป็นของทุกเหตุการณ์อยู่ระหว่าง 0 ถึง 1 เสมอ ถ้าคำนวณแล้วได้เกิน 1 หรือได้ค่าลบ แปลว่ามีขั้นไหนนับผิด ควรย้อนไปนับผลลัพธ์ใหม่

ตอบความน่าจะเป็นเป็นเศษส่วน ทศนิยม หรือร้อยละดี

ตอบได้ทั้งสามแบบถ้าค่าเท่ากัน ในชั้นเรียน ม.3 นิยมตอบเป็นเศษส่วนอย่างต่ำ แต่ควรดูคำสั่งของโจทย์หรือตัวเลือกในข้อสอบประกอบด้วย

โยนเหรียญออกหัวมาห้าครั้งติด ครั้งต่อไปมีโอกาสออกก้อยมากขึ้นไหม

ไม่มากขึ้น ถ้าเป็นเหรียญเที่ยงตรง การโยนแต่ละครั้งไม่ขึ้นกับครั้งก่อน โอกาสออกก้อยในครั้งถัดไปยังเป็นหนึ่งในสองเหมือนเดิม

แหล่งอ้างอิง

  1. DLTV — คณิตศาสตร์ ม.3 เรื่องความน่าจะเป็น ตัวชี้วัด ค 3.2 ม.3/1
  2. SmartMathPro — เนื้อหาคณิตศาสตร์ ม.ต้น (ม.1 ม.2 ม.3) แต่ละเทอมเรียนอะไรบ้าง
  3. สสวท. — หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)

ตีโจทย์ให้แตก เข้าใจทุกขั้นตอน

ติวเตอร์ AI ตามหลักสูตรไทยที่พาเด็กตีโจทย์เองทีละขั้น พร้อมรายงานที่พ่อแม่เข้าใจง่าย

Product ของ บริษัท หนุมานไอที จำกัดตีโจทย์พัฒนาและให้บริการโดย บริษัท หนุมานไอที จำกัด ซึ่งดำเนินงานตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001, ISO/IEC 27701 และ ISO 27799

© 2569 ตีโจทย์ (TeeJot)

ข้อมูลของเด็กได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล