ข้ามไปเนื้อหาหลัก
คณิตศาสตร์

บวกลบเศษส่วน ป.4–ป.5 เข้าใจตั้งแต่ความหมายจนคิดคล่อง

บวกลบเศษส่วนให้เข้าใจตั้งแต่ความหมาย ทำไมต้องทำส่วนให้เท่ากันก่อน ตัวอย่างทีละขั้นทั้งส่วนเท่ากัน ส่วนไม่เท่ากัน จำนวนคละ พร้อมจุดที่มักพลาดและแบบฝึกมีเฉลย

ภาพปกบทความ บวกลบเศษส่วน ป.4–ป.5

หลายบ้านเจอภาพเดียวกัน น้องทำโจทย์ 12+13\frac{1}{2}+\frac{1}{3} แล้วตอบ 25\frac{2}{5} อย่างมั่นใจ ไม่ใช่เพราะน้องไม่ตั้งใจ แต่เพราะยังไม่เห็นว่าเศษส่วนแต่ละตัว "หมายถึงอะไร" การ บวกลบเศษส่วน จะคล่องได้จริงเมื่อเด็กเข้าใจก่อนว่าตัวส่วนคือขนาดของชิ้น ส่วนตัวเศษคือจำนวนชิ้น เมื่อเห็นภาพนี้แล้ว กฎ "ทำส่วนให้เท่ากันก่อน" จะไม่ใช่สิ่งที่ต้องท่องอีกต่อไป

บทความนี้เรียงจากง่ายไปยาก ตามลำดับที่หลักสูตรไทยวางไว้ ได้แก่ ตัวส่วนเท่ากัน ตัวส่วนเป็นพหุคูณกัน ตัวส่วนไม่เท่ากัน และจำนวนคละ พร้อมตัวอย่างทีละขั้น จุดที่เด็กมักพลาด และแบบฝึกหัดมีเฉลยท้ายบท

เรื่องนี้เรียนชั้นไหนบ้าง

ตามตัวชี้วัดกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ในหลักสูตรแกนกลางฉบับปรับปรุง 2560 ของ สสวท. เรื่องนี้ค่อย ๆ ขยายขึ้นทีละชั้น

ชั้น สิ่งที่เรียน
ป.3 บวกลบเศษส่วนที่ตัวส่วนเท่ากัน
ป.4 บวกลบเศษส่วนและจำนวนคละที่ตัวส่วนตัวหนึ่งเป็นพหุคูณของอีกตัวหนึ่ง
ป.5 บวกลบเศษส่วนและจำนวนคละทั่วไป รวมถึงตัวส่วนไม่เท่ากัน
ป.6 บวก ลบ คูณ หารระคน โดยใช้ความรู้เรื่อง ค.ร.น.

ถ้าลูกอยู่ ป.4 ให้เน้นสองขั้นแรกให้แน่น ถ้าอยู่ ป.5 ลองเช็กว่าสองขั้นแรกยังแม่นอยู่ไหม ก่อนไปต่อเรื่องส่วนไม่เท่ากัน

เข้าใจความหมายก่อนบวกลบเศษส่วน

ลองนึกถึงขนมครกหนึ่งถาดที่มี 8 หลุม ถ้าน้องกิน 3 หลุม เราพูดได้ว่าน้องกิน 38\frac{3}{8} ของถาด

  • ตัวส่วน (8) บอกว่าของทั้งหมดถูกแบ่งเป็น 8 ส่วนเท่า ๆ กัน คือ "ขนาดของชิ้น"
  • ตัวเศษ (3) บอกว่าเรามีชิ้นขนาดนั้นกี่ชิ้น คือ "จำนวนชิ้น"

การบวกคือการนับรวมจำนวนชิ้น ซึ่งนับรวมกันได้ก็ต่อเมื่อชิ้นมีขนาดเท่ากัน เหมือนเราไม่นับ "เหรียญ 1 บาท 2 เหรียญ บวกเหรียญ 10 บาท 3 เหรียญ" ว่าเป็นเงิน 5 บาท

แบบที่ 1 ตัวส่วนเท่ากัน

น้องกินขนมครก 3 หลุม พี่กินอีก 2 หลุม จากถาดเดียวกัน

38+28=3+28=58\frac{3}{8}+\frac{2}{8}=\frac{3+2}{8}=\frac{5}{8}

ขนาดชิ้นเท่าเดิม (ส่วน 8) แค่นับจำนวนชิ้นเพิ่ม ตัวส่วนจึงไม่เปลี่ยน

แบบที่ 2 ตัวส่วนเป็นพหุคูณกัน (ป.4)

12+14\frac{1}{2}+\frac{1}{4} ชิ้นครึ่งหนึ่งใหญ่กว่าชิ้นเศษหนึ่งส่วนสี่ ต้องตัดชิ้นใหญ่ให้เล็กลงก่อน เนื่องจาก 4 เป็นพหุคูณของ 2 จึงคูณทั้งเศษและส่วนของ 12\frac{1}{2} ด้วย 2

12+14=1×22×2+14=24+14=34\frac{1}{2}+\frac{1}{4}=\frac{1\times 2}{2\times 2}+\frac{1}{4}=\frac{2}{4}+\frac{1}{4}=\frac{3}{4}

การคูณทั้งเศษและส่วนด้วยจำนวนเดียวกันไม่ได้ทำให้ค่าเปลี่ยน เหมือนตัดขนมชิ้นใหญ่เป็นสองชิ้นเล็ก ปริมาณขนมเท่าเดิม

วิธีบวกลบเศษส่วนที่ตัวส่วนไม่เท่ากัน (ป.5)

เมื่อตัวส่วนไม่ได้เป็นพหุคูณกัน เช่น 3 กับ 4 ให้หา "ตัวส่วนร่วม" คือจำนวนที่ทั้งสองตัวส่วนหารลงตัว วิธีที่เด็ก ป.5 ใช้ได้ทันทีคือไล่พหุคูณ

  • พหุคูณของ 3 ได้แก่ 3, 6, 9, 12, 15
  • พหุคูณของ 4 ได้แก่ 4, 8, 12, 16

เจอ 12 ร่วมกันเป็นตัวแรก ใช้ 12 เป็นตัวส่วนร่วม (ใน ป.6 จะเรียกจำนวนนี้ว่า ค.ร.น.)

ตัวอย่าง: บวก

23+14=2×43×4+1×34×3=812+312=1112\frac{2}{3}+\frac{1}{4}=\frac{2\times 4}{3\times 4}+\frac{1\times 3}{4\times 3}=\frac{8}{12}+\frac{3}{12}=\frac{11}{12}

ตัวอย่าง: ลบ แม่ซื้อน้ำเต้าหู้มา 56\frac{5}{6} ลิตร เทใส่แก้วให้น้อง 14\frac{1}{4} ลิตร เหลือเท่าไร

56−14=1012−312=712 ลิตร\frac{5}{6}-\frac{1}{4}=\frac{10}{12}-\frac{3}{12}=\frac{7}{12}\ \text{ลิตร}

ตรวจคำตอบ ด้วยการบวกกลับ 712+312=1012=56\frac{7}{12}+\frac{3}{12}=\frac{10}{12}=\frac{5}{6} ตรงกับปริมาณเริ่มต้น

บวกลบจำนวนคละ

จำนวนคละ เช่น 2132\frac{1}{3} ทำได้สองวิธี เลือกวิธีที่ลูกถนัด

วิธีที่ 1 แปลงเป็นเศษเกินก่อน

213−134=73−74=2812−2112=7122\tfrac{1}{3}-1\tfrac{3}{4}=\frac{7}{3}-\frac{7}{4}=\frac{28}{12}-\frac{21}{12}=\frac{7}{12}

วิธีที่ 2 แยกจำนวนเต็มกับเศษส่วน (ยืม 1 เมื่อจำเป็น) ตัวอย่าง 314−1123\frac{1}{4}-1\frac{1}{2}

  1. ทำส่วนให้เท่ากัน ได้ 314−1243\frac{1}{4}-1\frac{2}{4}
  2. 14\frac{1}{4} น้อยกว่า 24\frac{2}{4} จึงยืม 1 จาก 3 มาเป็น 44\frac{4}{4} ได้ 2542\frac{5}{4}
  3. 254−124=1342\frac{5}{4}-1\frac{2}{4}=1\frac{3}{4}

วิธีที่ 2 เหมาะกับจำนวนเต็มใหญ่ ๆ เพราะตัวเลขไม่บวมจนคิดยาก

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

สิ่งที่มักเขียน ทำไมผิด ที่ถูก
12+13=25\frac{1}{2}+\frac{1}{3}=\frac{2}{5} บวกตัวส่วนด้วย ทั้งที่ตัวส่วนคือขนาดชิ้น 36+26=56\frac{3}{6}+\frac{2}{6}=\frac{5}{6}
23+14=212+112\frac{2}{3}+\frac{1}{4}=\frac{2}{12}+\frac{1}{12} เปลี่ยนตัวส่วนแต่ลืมคูณตัวเศษ 812+312\frac{8}{12}+\frac{3}{12}
36+16=46\frac{3}{6}+\frac{1}{6}=\frac{4}{6} แล้วจบ ยังไม่ทำเป็นเศษส่วนอย่างต่ำ 46=23\frac{4}{6}=\frac{2}{3}
314−124=2143\frac{1}{4}-1\frac{2}{4}=2\frac{1}{4} เอาเศษตัวมากลบตัวน้อยกลับด้าน ยืม 1 ได้ 1341\frac{3}{4}

เคล็ดลับตรวจเร็ว ถ้าได้ 25\frac{2}{5} จาก 12+13\frac{1}{2}+\frac{1}{3} ลองถามน้องว่า "บวกของเพิ่มเข้าไป ทำไมผลรวมน้อยกว่า 12\frac{1}{2} ที่มีอยู่ตั้งแต่แรก" การประมาณแบบนี้ช่วยให้เด็กจับความผิดได้เองโดยไม่ต้องบอกคำตอบ

ฝึกอย่างไรให้คิดคล่อง

  • วาดภาพก่อน 2–3 ข้อแรก ใช้แท่งสี่เหลี่ยมหรือวงกลมแบ่งส่วน เมื่อภาพชัดแล้วค่อยเลิกวาด
  • ฝึกสั้นแต่บ่อย 10–15 นาที แล้วเว้นไปสองสามวันค่อยกลับมาทำอีก งานทบทวนเทคนิคการเรียนของ Dunlosky และคณะ (2013) จัดให้การทดสอบตัวเองและการฝึกแบบเว้นระยะอยู่ในกลุ่มที่มีประโยชน์สูง
  • พูดขั้นตอนออกเสียง "ส่วนไม่เท่า หาตัวส่วนร่วม คูณทั้งเศษทั้งส่วน แล้วค่อยบวก"
  • ใช้แหล่งฝึกฟรี เช่น บทเรียนเศษส่วนใน Khan Academy ภาษาไทย หรือวิดีโอสอนตามหลักสูตรจาก Project 14 ของ สสวท.

ถ้าน้องติดโจทย์ปัญหาที่เป็นเรื่องราวยาว ๆ ลองใช้ขั้นตอนใน วิธีทำโจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ 4 ขั้น และถ้าอยู่ ป.6 กำลังเตรียมสอบ ดูแนวทางใน เตรียมสอบ O-NET ป.6 โค้งสุดท้าย

แบบฝึกหัดพร้อมเฉลย

ลองทำเองก่อน แล้วค่อยเลื่อนดูเฉลย

  1. 310+25\frac{3}{10}+\frac{2}{5}
  2. 34−16\frac{3}{4}-\frac{1}{6}
  3. 112+2231\frac{1}{2}+2\frac{2}{3}
  4. น้องมีชานมไข่มุก 1 แก้ว ดื่มตอนเช้า 13\frac{1}{3} แก้ว ตอนบ่าย 14\frac{1}{4} แก้ว เหลือชานมเท่าไร

เฉลย

  1. 310+410=710\frac{3}{10}+\frac{4}{10}=\frac{7}{10}
  2. 912−212=712\frac{9}{12}-\frac{2}{12}=\frac{7}{12}
  3. 32+83=96+166=256=416\frac{3}{2}+\frac{8}{3}=\frac{9}{6}+\frac{16}{6}=\frac{25}{6}=4\frac{1}{6}
  4. 1−13−14=1212−412−312=5121-\frac{1}{3}-\frac{1}{4}=\frac{12}{12}-\frac{4}{12}-\frac{3}{12}=\frac{5}{12} แก้ว

ถ้าข้อไหนยังไม่ได้ ไม่เป็นไรเลย ย้อนกลับไปดูว่าพลาดตรงขั้นไหน แล้วลองข้อคล้ายกันอีกหนึ่งข้อ เรื่องเศษส่วนจะต่อยอดไปถึง การคูณหารทศนิยม และร้อยละในชั้นถัดไปด้วย

ตีโจทย์ช่วยน้องเรื่องนี้ได้อย่างไร

  • คำใบ้ทีละขั้น 5 ระดับ ออกแบบให้เริ่มจากคำถามชวนคิด เช่น "ชิ้นสองชิ้นนี้ขนาดเท่ากันไหม" ก่อนจะค่อย ๆ เตือนหลักการเรื่องตัวส่วนร่วม ไม่เฉลยทันที
  • เฉลยละเอียด 6 ส่วน มีหัวข้อ "ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย" และ "ข้อคล้ายกันให้ลองต่อ" เพื่อให้น้องได้ลองอีกครั้งหลังเข้าใจแล้ว
  • โจทย์ตรงหลักสูตรไทย ตรงระดับ แยกระดับตัวส่วนเป็นพหุคูณ (ป.4) และตัวส่วนไม่เท่ากัน (ป.5) และวนกลับมาทบทวนแบบเว้นระยะ
  • ภารกิจรายวันสั้น ๆ พร้อมดาวความเข้าใจ XP มาจากความพยายามที่ตั้งใจ ไม่ใช่จากความเร็ว

สรุป

หัวใจของการบวกลบเศษส่วนคือเข้าใจว่าตัวส่วนคือขนาดชิ้น ตัวเศษคือจำนวนชิ้น เราจึงนับรวมได้เมื่อชิ้นขนาดเท่ากันเท่านั้น ขั้นตอนคือ ทำส่วนให้เท่ากัน (คูณทั้งเศษและส่วน) บวกหรือลบเฉพาะตัวเศษ ทำเป็นเศษส่วนอย่างต่ำ แล้วตรวจด้วยการประมาณหรือบวกกลับ ฝึกวันละนิดแต่สม่ำเสมอ ความคล่องจะตามมาเอง

ตีโจทย์กำลังเตรียมเปิดให้ใช้ ถ้าอยากลองเป็นกลุ่มแรก ลงชื่อรอไว้ได้ที่หน้าแรกของ teejot.com

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมบวกเศษส่วนแล้วห้ามเอาตัวส่วนมาบวกกัน

เพราะตัวส่วนบอกว่าของหนึ่งชิ้นถูกแบ่งเป็นกี่ส่วนเท่า ๆ กัน ไม่ได้บอกจำนวนชิ้นที่มี การบวกจึงนับเฉพาะจำนวนชิ้น (ตัวเศษ) ที่มีขนาดเดียวกัน ขนาดของชิ้น (ตัวส่วน) ยังเหมือนเดิม

ลูกเรียน ป.5 ต้องใช้ ค.ร.น. หาตัวส่วนร่วมหรือยัง

ตามตัวชี้วัดหลักสูตรแกนกลางฉบับปรับปรุง 2560 การบวกลบเศษส่วนโดยใช้ความรู้เรื่อง ค.ร.น. อยู่ในชั้น ป.6 ในชั้น ป.5 เด็กมักหาตัวส่วนร่วมด้วยการหาเศษส่วนที่เท่ากัน เช่น ไล่พหุคูณของตัวส่วนจนเจอตัวที่ตรงกัน ซึ่งก็คือแนวคิดเดียวกันนั่นเอง

ผลลัพธ์ต้องทำเป็นเศษส่วนอย่างต่ำทุกครั้งไหม

ครูส่วนใหญ่ให้ตอบเป็นเศษส่วนอย่างต่ำหรือจำนวนคละ ควรฝึกให้เป็นนิสัยตั้งแต่แรก เพราะช่วยให้ตรวจคำตอบและเปรียบเทียบค่าได้ง่ายขึ้น

แหล่งอ้างอิง

  1. ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) — สสวท.
  2. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน — สสวท.
  3. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) — สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ.
  4. Project 14 — สสวท.
  5. Khan Academy ภาษาไทย
  6. Dunlosky et al. (2013) Improving Students' Learning With Effective Learning Techniques

ตีโจทย์ให้แตก เข้าใจทุกขั้นตอน

ติวเตอร์ AI ตามหลักสูตรไทยที่พาเด็กตีโจทย์เองทีละขั้น พร้อมรายงานที่พ่อแม่เข้าใจง่าย

Product ของ บริษัท หนุมานไอที จำกัดตีโจทย์พัฒนาและให้บริการโดย บริษัท หนุมานไอที จำกัด ซึ่งดำเนินงานตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001, ISO/IEC 27701 และ ISO 27799

© 2569 ตีโจทย์ (TeeJot)

ข้อมูลของเด็กได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล