วิธีทำโจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ ตีโจทย์ให้แตกใน 4 ขั้น
วิธีทำโจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ 4 ขั้นตามแนวคิดของ Polya เข้าใจโจทย์ วางแผน ลงมือทำ ตรวจย้อน พร้อมตัวอย่าง ป.5–ม.1 ทีละขั้น คำถามชวนคิด และเช็กลิสต์ติดโต๊ะ

"อ่านโจทย์แล้วไม่รู้จะเริ่มตรงไหน" เป็นประโยคที่ครูและพ่อแม่ได้ยินบ่อยที่สุดประโยคหนึ่งเวลาลูกทำการบ้านคณิต หลายครั้งเด็กคิดเลขได้ แต่พอตัวเลขถูกห่อด้วยเรื่องราวยาว ๆ กลับหยิบตัวเลขมาบวกลบคูณหารแบบเดาสุ่ม
ข่าวดีคือการทำ โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ เป็นทักษะที่ฝึกได้ ไม่ใช่พรสวรรค์ George Polya นักคณิตศาสตร์ผู้เขียนหนังสือ How to Solve It (ตีพิมพ์ครั้งแรก ค.ศ. 1945) เสนอกระบวนการ 4 ขั้นที่ยังถูกนำมาใช้ในตำราและรายวิชาคณิตศาสตร์จนถึงวันนี้ คือ เข้าใจโจทย์ วางแผน ลงมือทำ และตรวจย้อน
บทความนี้อธิบายแต่ละขั้นด้วยภาษาง่าย พร้อมคำถามชวนคิดที่พ่อแม่ใช้ได้ทันที และตัวอย่างโจทย์ระดับ ป.5 ถึง ม.1 ที่ทำให้ดูทีละขั้น
4 ขั้นแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของ Polya
| ขั้น | ชื่อของ Polya | คำถามชวนคิด |
|---|---|---|
| 1 | เข้าใจโจทย์ (Understand the problem) | โจทย์ให้อะไรมา ถามหาอะไร มีข้อมูลที่ไม่เกี่ยวไหม |
| 2 | วางแผน (Devise a plan) | เคยเจอโจทย์คล้ายนี้ไหม วาดรูปได้ไหม ต้องทำอะไรก่อนหลัง |
| 3 | ลงมือทำ (Carry out the plan) | ทำตามแผนทีละขั้น เขียนหน่วยกำกับ |
| 4 | ตรวจย้อน (Look back) | คำตอบสมเหตุสมผลไหม แทนกลับแล้วตรงโจทย์ไหม ใช้วิธีนี้กับข้ออื่นได้ไหม |
สังเกตว่ามีเพียงขั้นที่ 3 เท่านั้นที่เป็นการ "คิดเลข" อีกสามขั้นคือการคิดเกี่ยวกับโจทย์ ซึ่งเป็นส่วนที่เด็กมักข้ามไป
ขั้นที่ 1 เข้าใจโจทย์: แยก "ให้อะไร" กับ "ถามอะไร"
เทคนิคง่ายที่สุดคือใช้ปากกาสองสี
- สีหนึ่ง ขีดเส้นใต้ข้อมูลที่โจทย์ให้มา
- อีกสีหนึ่ง วงคำถามที่ต้องหา
จากนั้นให้ลูกเล่าโจทย์ด้วยคำพูดของตัวเองโดยไม่ดูกระดาษ ถ้าเล่าไม่ได้ แปลว่ายังไม่เข้าใจโจทย์ อย่าเพิ่งไปขั้นถัดไป
ขั้นที่ 2 วางแผน: เลือกเครื่องมือก่อนคิดเลข
แผนไม่จำเป็นต้องซับซ้อน อาจเป็นหนึ่งในเครื่องมือเหล่านี้
- วาดรูปหรือแผนภาพแท่ง เหมาะกับโจทย์เปรียบเทียบ ส่วนแบ่ง และเศษส่วน
- ทำตาราง เหมาะกับโจทย์ที่มีหลายรายการหรือมีรูปแบบซ้ำ
- แบ่งเป็นโจทย์ย่อย หาสิ่งที่ต้องรู้ก่อน แล้วค่อยหาคำตอบสุดท้าย
- ตั้งสมการ เหมาะกับนักเรียน ม.1 ที่เรียนสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวแล้ว
- คิดย้อนกลับ เริ่มจากสิ่งที่รู้ตอนจบแล้วย้อนไปหาจุดเริ่ม
คำถามที่ช่วยได้มากคือ "เคยทำโจทย์หน้าตาคล้ายนี้ไหม ตอนนั้นทำอย่างไร"
ขั้นที่ 3 ลงมือทำ: ทีละบรรทัด มีหน่วยกำกับ
เขียนทีละขั้น หนึ่งบรรทัดหนึ่งความคิด และเขียนหน่วย (บาท ชิ้น ปี) กำกับทุกครั้ง การเขียนหน่วยช่วยให้เห็นทันทีเมื่อเผลอเอา "บาท" ไปบวกกับ "กิโลกรัม"
ขั้นที่ 4 ตรวจย้อน: ขั้นที่ช่วยจับข้อผิดได้มากที่สุด
- ประมาณค่า คำตอบควรมากหรือน้อยประมาณไหน
- แทนกลับ นำคำตอบใส่กลับไปในโจทย์ แล้วดูว่าเงื่อนไขครบไหม
- ตอบให้ตรงคำถาม ถ้าโจทย์ถามอายุพ่อ อย่าตอบอายุลูก
ตัวอย่างทำให้ดูทีละขั้น
ตัวอย่างที่ 1 (ป.5–ป.6): เงินทอน
แม่ซื้อส้ม 3 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 45 บาท และมะม่วง 2 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 60 บาท แม่จ่ายด้วยธนบัตร 500 บาท จะได้เงินทอนเท่าไร
เข้าใจโจทย์ ให้: ส้ม 3 กก. กก.ละ 45 บาท, มะม่วง 2 กก. กก.ละ 60 บาท, จ่าย 500 บาท · ถาม: เงินทอน
วางแผน แบ่งเป็นโจทย์ย่อย หาค่าส้ม หาค่ามะม่วง รวมกัน แล้วนำไปลบจาก 500
ลงมือทำ
- ค่าส้ม บาท
- ค่ามะม่วง บาท
- รวม บาท
- เงินทอน บาท
ตรวจย้อน ประมาณค่า ส้มราว 150 มะม่วงราว 120 รวมราว 270 เงินทอนควรอยู่แถว 230 คำตอบ 245 บาทจึงสมเหตุสมผล และ พอดี
ตัวอย่างที่ 2 (ป.5): เศษส่วนของจำนวน
ขนมมี 24 ชิ้น น้องกินไป ของทั้งหมด เหลือขนมกี่ชิ้น
เข้าใจโจทย์ ให้: ขนม 24 ชิ้น กินไป · ถาม: จำนวนที่เหลือ (ไม่ใช่จำนวนที่กิน)
วางแผน วาดแถบยาวแบ่งเป็น 8 ส่วนเท่ากัน แต่ละส่วนมีขนมเท่ากัน
ลงมือทำ หนึ่งส่วนมี ชิ้น กินไป 3 ส่วน ชิ้น เหลือ ชิ้น
ตรวจย้อน ที่เหลือคือ ของ 24 เท่ากับ ชิ้น ตรงกัน ถ้าลูกยังไม่แน่นเรื่องเศษส่วน ทบทวนได้ที่ บวกลบเศษส่วน ป.4–ป.5
ตัวอย่างที่ 3 (ป.6–ม.1): อายุพ่อกับลูก
ปัจจุบันอายุพ่อเป็น 3 เท่าของอายุลูก และอายุรวมกันเท่ากับ 48 ปี พ่ออายุกี่ปี
เข้าใจโจทย์ ให้: พ่อ = 3 เท่าของลูก, รวม 48 ปี · ถาม: อายุพ่อ
วางแผน (แบบ ป.6) วาดแถบ ลูก 1 ช่อง พ่อ 3 ช่อง รวม 4 ช่องเท่ากับ 48 ปี
วางแผน (แบบ ม.1) ให้อายุลูกเป็น ปี อายุพ่อเป็น ปี ได้สมการ
ลงมือทำ ดังนั้น ลูกอายุ 12 ปี พ่ออายุ ปี
ตรวจย้อน และ ครบทั้งสองเงื่อนไข คำตอบที่โจทย์ถามคือ พ่ออายุ 36 ปี
โจทย์แนวนี้พบบ่อยในข้อสอบเข้า ม.1 ถ้ากำลังเตรียมตัว ดูแผนทบทวนได้ที่ เตรียมสอบเข้า ม.1 ห้องเรียนพิเศษ
เช็กลิสต์ติดโต๊ะก่อนทำโจทย์ปัญหา
- [ ] ขีดเส้นใต้สิ่งที่โจทย์ให้ และวงสิ่งที่โจทย์ถาม
- [ ] เล่าโจทย์ด้วยคำพูดตัวเองได้
- [ ] เลือกเครื่องมือ: รูป ตาราง แบ่งโจทย์ย่อย หรือสมการ
- [ ] เขียนทีละบรรทัด มีหน่วยกำกับ
- [ ] ประมาณค่าและแทนกลับ
- [ ] ตอบให้ตรงกับสิ่งที่ถาม
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีแก้
| อาการ | สาเหตุที่พบบ่อย | ลองแก้ด้วย |
|---|---|---|
| เห็นคำว่า "รวม" แล้วบวกทันที | จับคำสำคัญแทนการเข้าใจเรื่อง | ให้เล่าโจทย์เป็นเรื่องก่อน |
| ตอบสิ่งที่คำนวณได้ ไม่ใช่สิ่งที่ถาม | ข้ามขั้นที่ 1 | วงคำถามด้วยสีเด่น |
| คำนวณถูกแต่คำตอบแปลก | ไม่ได้ประมาณค่า | ถามว่า "ตัวเลขนี้เป็นไปได้ไหมในชีวิตจริง" |
| ติดแล้วไปต่อไม่ได้ | ไม่มีแผนสำรอง | ลองวาดรูปหรือเริ่มจากตัวเลขเล็ก ๆ |
อีกเทคนิคที่ช่วยได้คือให้ลูกอธิบายเหตุผลของแต่ละขั้น ("ทำไมต้องหาร 8") งานทบทวนของ Dunlosky และคณะ (2013) จัดการอธิบายตัวเอง (self-explanation) เป็นเทคนิคที่มีประโยชน์ระดับปานกลางและน่าใช้ในสถานการณ์ที่เหมาะสม ส่วนการเรียนจากเฉลยให้ได้ผล อ่านต่อได้ที่ ดูเฉลยอย่างไรให้เข้าใจ
ตีโจทย์ช่วยน้องฝึก 4 ขั้นนี้อย่างไร
ชื่อ "ตีโจทย์" มาจากทักษะนี้โดยตรง และเมื่อเปิดให้ใช้ ระบบถูกออกแบบให้ช่วยแบบนี้
- คำใบ้ทีละขั้น 5 ระดับ เริ่มจากสะกิดด้วยคำถามอย่าง "โจทย์ถามหาอะไร" แล้วค่อยเตือนหลักการ ทำขั้นแรกให้ดู ยกตัวอย่างข้อคล้าย และเฉลยเต็มเป็นขั้นสุดท้าย
- เฉลยละเอียด 6 ส่วน เริ่มจาก "โจทย์ให้อะไร ถามอะไร" ตรงกับขั้นที่ 1 และมีส่วน "ตรวจคำตอบ" ตรงกับขั้นที่ 4
- โจทย์ตรงหลักสูตรไทยและตรงระดับ ปรับความยากตามที่เด็กพร้อม
- "โจทย์ท้าตีแตก" สำหรับวันที่อยากลองโจทย์ที่ต้องคิดหลายชั้น
สรุป
การทำโจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ให้แตกใช้ 4 ขั้นของ Polya คือ เข้าใจโจทย์ วางแผน ลงมือทำ และตรวจย้อน เริ่มจากแยกให้ออกว่าโจทย์ให้อะไรและถามอะไร เลือกเครื่องมืออย่างรูป ตาราง หรือสมการ เขียนทีละบรรทัดพร้อมหน่วย แล้วตรวจด้วยการประมาณค่าและแทนกลับ ฝึกซ้ำบ่อย ๆ จนกลายเป็นนิสัยการคิด
ตีโจทย์กำลังเตรียมเปิดให้ใช้ ถ้าอยากลองเป็นกลุ่มแรก ลงชื่อรอไว้ได้ที่หน้าแรกของ teejot.com
คำถามที่พบบ่อย
ลูกอ่านโจทย์แล้วบอกว่าไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ควรช่วยอย่างไร
ชวนลูกตอบแค่สองคำถามก่อน คือโจทย์ให้อะไรมาบ้าง และโจทย์ถามหาอะไร ยังไม่ต้องคิดวิธีคำนวณ พอแยกสองส่วนนี้ออก เด็กส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นทางไปต่อ
ต้องเขียนครบ 4 ขั้นทุกข้อไหม
ช่วงแรกควรทำครบเพื่อสร้างนิสัย เมื่อคล่องขึ้น ขั้นเข้าใจโจทย์และวางแผนจะเกิดในหัวได้เร็ว แต่ขั้นตรวจย้อนควรทำทุกครั้ง เพราะช่วยจับข้อผิดพลาดได้มาก
4 ขั้นนี้ใช้กับข้อสอบแบบเลือกตอบได้ไหม
ได้ โดยขั้นตรวจย้อนอาจใช้การประมาณค่าหรือแทนตัวเลือกกลับเข้าไปในโจทย์ ช่วยตัดตัวเลือกที่เป็นไปไม่ได้ออกก่อน


