ข้ามไปเนื้อหาหลัก
AI กับการเรียน

คู่มือการใช้ AI ศธ. 2568 สรุปสำหรับนักเรียนและพ่อแม่

สรุปคู่มือการใช้ AI ศธ. พ.ศ. 2568 ฉบับอ่านง่ายสำหรับนักเรียนและพ่อแม่ ทั้งความเข้าใจผิด 4 ข้อ บทบาทผู้ปกครอง ระดับการเรียนรู้ AI 3 ระดับ และจริยธรรมในงานเรียน

ภาพปกบทความ สรุปคู่มือการใช้ AI ศธ. 2568

ถ้าลูกเริ่มใช้ AI ทำรายงานหรือถามการบ้าน แล้วคุณพ่อคุณแม่สงสัยว่า "โรงเรียนอนุญาตไหม ควรใช้แค่ไหน" แหล่งที่ควรอ่านเป็นอันดับแรกคือ คู่มือการใช้ AI ศธ. ชื่อเต็มว่า "คู่มือการใช้ AI สำหรับครู นักเรียน โรงเรียน และผู้ปกครองในประเทศไทย พ.ศ. 2568" จัดทำโดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. และเผยแพร่เมื่อ 31 มีนาคม 2568

คู่มือยาวราว 60 หน้าและเขียนสำหรับหลายกลุ่ม บทความนี้คัดเฉพาะส่วนที่นักเรียนและพ่อแม่ใช้ได้ทันที พร้อมตัวอย่างว่าจะแปลงหลักในคู่มือเป็นข้อตกลงที่บ้านได้อย่างไร (สรุปจากการอ่านฉบับ PDF ควรอ่านต้นฉบับประกอบเมื่อต้องใช้อ้างอิง)

คู่มือการใช้ AI ศธ. มีอะไรบ้าง

คู่มือแบ่งเป็น 8 ส่วน

ส่วน หัวข้อ เหมาะกับใคร
1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ AI ทุกคน
2 ประโยชน์และความเสี่ยงของ AI ทุกคน โดยเฉพาะพ่อแม่
3 การใช้งาน AI ตามบทบาทหน้าที่ (ครู นักเรียน โรงเรียน ผู้ปกครอง) ทุกคน
4 การใช้ AI สนับสนุนภารกิจในระบบการศึกษาไทย ครูและโรงเรียน
5 ข้อควรรู้ที่ครูต้องใส่ใจ ครู
6 การกำหนดระดับการเรียนรู้ด้าน AI นักเรียนและครู
7 จริยธรรมในการใช้งาน AI นักเรียนและพ่อแม่
8 สิ่งที่โรงเรียนทำได้เพื่อเตรียมพร้อมในยุค AI โรงเรียน

ภาพรวมของคู่มือไม่ได้มองว่า AI เป็นสิ่งต้องห้าม แต่มองว่าเป็นเครื่องมือเสริมที่มีทั้งประโยชน์และความเสี่ยง และต้องใช้อย่างรู้เท่าทัน

ความเข้าใจผิดเรื่อง AI ที่คู่มือชวนแก้

ส่วนที่ 2 ยกความเข้าใจผิดที่พบบ่อยไว้ 4 ข้อ ซึ่งเป็นเรื่องที่คุยกับลูกได้ทันที

  1. AI จะมาแทนที่ครู คู่มืออธิบายว่า AI ช่วยลดภาระงานของครูได้ แต่แทนปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนไม่ได้
  2. นักเรียนควรใช้ AI กับการเรียนทุกแบบ คู่มือแนะนำให้ใช้อย่างรู้เท่าทันและตรวจสอบข้อมูล ไม่ใช่ใช้กับทุกงาน
  3. AI ปลอดภัย ข้อมูลไม่รั่วไหล ความจริงคือ AI มักต้องใช้ข้อมูลจำนวนมาก ทั้งชื่อ คะแนน และพฤติกรรมการเรียน จึงต้องเลือกแพลตฟอร์มที่มีนโยบายความเป็นส่วนตัวชัดเจน
  4. ผลจาก AI ถูกต้องเสมอ คู่มือย้ำว่าต้องตรวจสอบคำตอบของ AI และไม่ใช้เป็นแหล่งอ้างอิงเพียงแหล่งเดียว

จากนั้นคู่มือสรุปแนวทางใช้ AI อย่างเหมาะสม เช่น ให้อธิบายนักเรียนว่า AI เป็นเครื่องมือเสริม ไม่ใช่ตัวแทนของการเรียนรู้ และให้ผู้ปกครองกับครูติดตามการใช้งานเพื่อป้องกันการพึ่งพา AI มากเกินไป

นักเรียนใช้ AI ได้แค่ไหนตามคู่มือ

ในส่วนบทบาทของนักเรียน คู่มือยกตัวอย่างการใช้ AI ที่ดี เช่น ให้ AI แนะนำแหล่งเรียนรู้เพิ่มเติม หรือขอแนวคิดในการแก้โจทย์ยาก แล้วนักเรียนพยายามทำความเข้าใจและเรียนรู้วิธีการจากแนวคิดที่ได้รับ ขณะเดียวกันก็ระบุว่านักเรียนต้องหลีกเลี่ยงการลอกผลงานจาก AI ตรวจสอบผลลัพธ์ก่อนนำไปใช้ทุกครั้ง และปรับแต่งงานให้สมบูรณ์ด้วยความสามารถของตนเอง

ส่วนที่ 7 เรื่องจริยธรรม ยกสถานการณ์ตัวอย่างนักเรียนใช้ AI ทำรายงานเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เราสรุปเป็นตารางได้ดังนี้

ใช้อย่างเหมาะสม ใช้อย่างไม่เหมาะสม
ใช้ AI ค้นข้อมูลเบื้องต้นหรือแนวคิดหลัก คัดลอกข้อความทั้งหมดจาก AI โดยไม่ตรวจหรือปรับ
ตรวจความถูกต้องและความน่าเชื่อถือก่อนใช้ ส่งรายงานที่ AI สร้างโดยไม่มีความคิดของตัวเอง
นำข้อมูลมาทำโครงร่าง แล้วเขียนข้อสรุปด้วยความเข้าใจของตัวเอง ไม่อ้างอิงแหล่งที่มา
อ้างอิงแหล่งที่มาที่ AI แนะนำอย่างถูกต้อง ให้ AI เขียนรายงานหรือเรียงความแทนทั้งหมด

หลักสั้น ๆ ที่จำง่ายคือ AI ช่วยหาและช่วยคิดได้ แต่ความเข้าใจและผลงานต้องเป็นของเรา ถ้าอยากเห็นวิธีใช้กับการบ้านคณิตแบบเป็นขั้นตอน อ่านต่อที่ ใช้ AI ทำการบ้านอย่างไรให้ได้ความรู้

ระดับการเรียนรู้ด้าน AI 3 ระดับ

ส่วนที่ 6 แบ่งการเรียนรู้เรื่อง AI เป็น 3 ระดับ ซึ่งช่วยให้พ่อแม่เห็นว่าการ "เป็นผู้ใช้" เป็นแค่จุดเริ่มต้น

ระดับ ชื่อ ตัวอย่าง
1 เรียนรู้วิธีใช้งาน AI ตั้งคำถามให้เหมาะ ใช้ค้นคว้า อธิบายเนื้อหา และรู้ข้อจำกัดว่า AI อาจตอบผิดจึงต้องตรวจทุกครั้ง
2 เรียนรู้การทำงานของ AI เข้าใจหลักการอย่าง Machine Learning และความเสี่ยงเช่นอคติในข้อมูล ลองเขียนโปรแกรมพื้นฐาน
3 ต่อยอดเชิงลึก สร้างโมเดล AI และใช้ AI แก้ปัญหาจริงของชุมชนหรือโรงเรียน

สำหรับเด็กประถมและ ม.ต้นส่วนใหญ่ ระดับ 1 คือเป้าที่เหมาะ โดยเฉพาะทักษะข้อ "รู้เท่าทันข้อจำกัดของ AI" ซึ่งคู่มือระบุเป็นทักษะพื้นฐานที่นักเรียนและครูควรรู้

บทบาทของผู้ปกครองตามคู่มือ

คู่มือวางบทบาทผู้ปกครองไว้สองด้าน

  • สนับสนุนการเรียนรู้ เลือกแอปพลิเคชัน AI ที่เหมาะกับการเรียนของลูก เช่น แอปช่วยฝึกภาษาหรือคณิตศาสตร์
  • กำกับดูแล ติดตามการใช้ AI ของบุตรหลานเพื่อป้องกันการใช้ในทางที่ผิด เช่น ให้ AI ทำงานแทน และส่งเสริมการใช้อย่างสร้างสรรค์ เช่น ค้นคว้าหรือฝึกทักษะใหม่

แปลงเป็นสิ่งที่ทำได้ที่บ้าน

  1. นั่งดูลูกใช้ AI ด้วยกันสักครั้ง ถามว่าเขาถามอะไร และเชื่อคำตอบเพราะอะไร
  2. ตกลงกันว่างานประเภทไหนใช้ AI ได้ งานไหนต้องทำเองก่อน
  3. อ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวของแอปที่ลูกใช้ และไม่ให้ลูกกรอกข้อมูลส่วนตัวเกินจำเป็น
  4. ถามครูว่าโรงเรียนมีกติกาเรื่อง AI ในงานที่ส่งอย่างไร

ถ้าอยากทำเป็นข้อตกลงครอบครัวแบบแยกตามวัย ดูตัวอย่างได้ใน กติกาใช้ AI ในครอบครัว

ทำไมคำว่า "เครื่องมือเสริม" สำคัญ

หลักฐานจากงานวิจัยก็ไปในทางเดียวกับคู่มือ งานทดลองในนักเรียนมัธยมปลายเกือบพันคนที่ตีพิมพ์ใน PNAS ปี 2025 พบว่า เมื่อนักเรียนใช้ AI แบบแชตทั่วไประหว่างฝึก แล้วภายหลังต้องทำข้อสอบเองโดยไม่มี AI คะแนนต่ำกว่ากลุ่มที่ไม่เคยใช้ AI 17% ขณะที่ AI ที่ออกแบบให้ช่วยการเรียนรู้ลดผลเสียนี้ได้เป็นส่วนใหญ่ แปลว่า "ใช้อย่างไร" สำคัญพอ ๆ กับ "ใช้หรือไม่ใช้"

ตีโจทย์ออกแบบให้สอดคล้องกับหลักในคู่มืออย่างไร

ตีโจทย์ยังไม่เปิดให้ใช้ แต่ออกแบบไว้โดยยึดหลัก "AI เป็นเครื่องมือเสริม ไม่ทำงานแทน"

  • คำใบ้ทีละขั้น 5 ระดับ สะกิดด้วยคำถาม เตือนหลักการ ทำขั้นแรกให้ดู ยกตัวอย่างข้อคล้าย แล้วจึงเฉลยเต็ม และต้องลองเองก่อนเปิดคำใบ้ขั้นสูง
  • โจทย์ คำใบ้ และเฉลยผ่านการตรวจความถูกต้องก่อนถึงมือเด็ก ลดปัญหา "AI ตอบผิด" ที่คู่มือเตือนไว้
  • เฉลยละเอียด 6 ส่วน ที่จบด้วยข้อคล้ายกันให้ลองทำเอง เพื่อให้ความเข้าใจเป็นของเด็กจริง
  • รายงานผู้ปกครองรายสัปดาห์ทาง LINE ช่วยให้พ่อแม่ติดตามการเรียนได้ตามบทบาทที่คู่มือแนะนำ

สรุป

คู่มือการใช้ AI ศธ. พ.ศ. 2568 ไม่ได้ห้ามนักเรียนใช้ AI แต่วางหลักว่า AI เป็นเครื่องมือเสริม ต้องตรวจสอบคำตอบทุกครั้ง ไม่ลอกหรือให้ AI ทำงานแทน อ้างอิงแหล่งที่มา และระวังเรื่องข้อมูลส่วนตัว ผู้ปกครองมีบทบาททั้งช่วยเลือกเครื่องมือและติดตามการใช้งาน เริ่มง่าย ๆ ด้วยการนั่งดูลูกใช้ AI ด้วยกัน แล้วตั้งข้อตกลงร่วมกันว่างานไหนใช้ได้ งานไหนต้องลองเองก่อน

ตีโจทย์กำลังเตรียมเปิดให้ใช้ ถ้าอยากลองเป็นกลุ่มแรก ลงชื่อรอไว้ได้ที่หน้าแรกของ teejot.com

คำถามที่พบบ่อย

คู่มือนี้ห้ามนักเรียนใช้ ChatGPT หรือไม่

ไม่ได้ห้าม คู่มือมองว่า AI เป็นเครื่องมือเสริมการเรียนรู้ที่ใช้ได้ แต่ต้องใช้อย่างรับผิดชอบ ตรวจสอบความถูกต้อง และไม่ให้ AI ทำงานแทนทั้งหมด

ดาวน์โหลดคู่มือการใช้ AI ของ สพฐ. ได้ที่ไหน

อ่านได้จากหน้า e-book ของเว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ และโรงเรียนหลายแห่งนำไฟล์ PDF ไปเผยแพร่ต่อบนเว็บไซต์ของโรงเรียน

คู่มือกำหนดอายุขั้นต่ำในการใช้ AI หรือเปล่า

ในส่วนที่เราอ่าน คู่มือไม่ได้กำหนดอายุขั้นต่ำเป็นตัวเลข แต่เน้นให้ผู้ปกครองและครูติดตามการใช้งาน และเลือกแพลตฟอร์มที่ดูแลความปลอดภัยของข้อมูล ส่วนอายุขั้นต่ำให้ดูเงื่อนไขของแต่ละบริการประกอบ

แหล่งอ้างอิง

  1. กระทรวงศึกษาธิการ — คู่มือการใช้ AI สำหรับครู นักเรียน โรงเรียนและผู้ปกครองในประเทศไทย พ.ศ. 2568 (e-book)
  2. สพฐ. — คู่มือการใช้ AI พ.ศ. 2568 (ไฟล์ PDF ที่เผยแพร่ต่อโดยโรงเรียนเสมาเมือง)
  3. Bastani et al. (2025) PNAS — Generative AI without guardrails can harm learning

ตีโจทย์ให้แตก เข้าใจทุกขั้นตอน

ติวเตอร์ AI ตามหลักสูตรไทยที่พาเด็กตีโจทย์เองทีละขั้น พร้อมรายงานที่พ่อแม่เข้าใจง่าย

Product ของ บริษัท หนุมานไอที จำกัดตีโจทย์พัฒนาและให้บริการโดย บริษัท หนุมานไอที จำกัด ซึ่งดำเนินงานตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001, ISO/IEC 27701 และ ISO 27799

© 2569 ตีโจทย์ (TeeJot)

ข้อมูลของเด็กได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล