ข้ามไปเนื้อหาหลัก
AI กับการเรียน

AI กับการเรียนรู้: งานวิจัย PNAS 2025 เตือน AI ไร้กติกา

AI กับการเรียนรู้ งานวิจัย PNAS 2025 ในนักเรียนมัธยมเกือบพันคนพบว่า AI แชตทั่วไปช่วยตอนฝึก แต่ทำให้สอบเองได้คะแนนต่ำลง 17% ส่วน AI ที่มีกติกาการสอนลดผลเสียได้

ภาพปกบทความ AI กับการเรียนรู้ งานวิจัย PNAS 2025

ถ้าลูกทำการบ้านเสร็จเร็วขึ้นและได้คะแนนดีขึ้นหลังเริ่มใช้ AI ดูเผิน ๆ เหมือนเป็นข่าวดี แต่งานวิจัยเรื่อง AI กับการเรียนรู้ ที่ตีพิมพ์ในวารสาร PNAS (Proceedings of the National Academy of Sciences) ปี 2025 ชวนให้มองอีกมุม คือคะแนนตอนมี AI ช่วย อาจไม่ได้สะท้อนว่าเด็กทำเองได้

งานนี้ชื่อ "Generative AI without guardrails can harm learning: Evidence from high school mathematics" โดย Hamsa Bastani, Osbert Bastani, Alp Sungu และคณะ จาก Wharton School มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย บทความนี้สรุปว่านักวิจัยทำอะไร พบอะไร ตัวเลขแต่ละตัวหมายถึงอะไร ข้อจำกัดคืออะไร และครอบครัวนำไปใช้อย่างไรได้บ้าง

งานวิจัย PNAS 2025 ทำอะไร

นักวิจัยทำการทดลองภาคสนามโดยให้นักเรียนคณิตศาสตร์ระดับมัธยมปลายเกือบหนึ่งพันคนได้ใช้ AI ที่ขับเคลื่อนด้วย GPT-4 ระหว่างคาบฝึกทำโจทย์ โดยแบ่งเป็นกลุ่มหลัก ๆ ดังนี้

กลุ่ม ลักษณะ
ไม่มี AI ฝึกตามปกติ ใช้เป็นกลุ่มเปรียบเทียบ
GPT Base AI หน้าตาแบบแชตทั่วไป ถามอะไรก็ตอบ
GPT Tutor AI ที่ใส่คำสั่งออกแบบมาเพื่อปกป้องการเรียนรู้

จากนั้นดูผลสองช่วง ช่วงแรกคือระหว่างฝึกที่มี AI ช่วย ช่วงที่สองคือเมื่อเอา AI ออกแล้วให้นักเรียนทำข้อสอบเอง

ผลที่พบ: ตัวเลขที่ควรรู้

ตัวเลขต่อไปนี้มาจากบทคัดย่อของงานวิจัยโดยตรง

ช่วง GPT Base GPT Tutor
ระหว่างฝึกที่มี AI คะแนนดีขึ้น 48% คะแนนดีขึ้น 127%
เมื่อเอา AI ออกแล้วทำเอง คะแนนต่ำกว่ากลุ่มที่ไม่เคยใช้ AI 17% ผลเสียลดลงเป็นส่วนใหญ่

อ่านตารางนี้ได้สามข้อ

  1. ตอนมี AI ทั้งสองแบบช่วยให้ทำได้ดีขึ้นจริง ซึ่งสอดคล้องกับงานก่อนหน้าที่พบว่า AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
  2. แต่ AI แบบแชตทั่วไปทำให้ทำเองได้แย่ลง เมื่อไม่มี AI นักเรียนกลุ่ม GPT Base ทำได้ต่ำกว่าคนที่ไม่เคยได้ใช้เลย ผู้วิจัยจึงสรุปว่าการเข้าถึง GPT-4 แบบไม่มีข้อจำกัดอาจเป็นผลเสียต่อการศึกษา
  3. การออกแบบช่วยได้มาก กติกาใน GPT Tutor ลดผลเสียเชิงการเรียนรู้ลงได้เป็นส่วนใหญ่

ทำไมถึงเป็นแบบนั้น

ผู้วิจัยอธิบายว่า เมื่อไม่มีกติกา นักเรียนพยายามใช้ GPT-4 เป็น "ไม้ค้ำ" (crutch) ระหว่างฝึก คือให้ AI คิดแทนแล้วได้คำตอบ แต่ไม่ได้สร้างทักษะของตัวเอง พอถึงเวลาต้องทำเอง ทักษะนั้นจึงยังไม่อยู่กับตัว

ในบทคัดย่อยังมีอีกประเด็นที่น่าคิด คือ AI เองก็ผิดพลาดได้ และผู้ใช้ต้องตรวจสอบผลลัพธ์ การเรียนรู้จึงยิ่งสำคัญ เพราะคนที่ไม่มีทักษะของตัวเอง ย่อมตรวจไม่ได้ว่า AI ตอบถูกหรือผิด

ลองนึกภาพการฝึกว่ายน้ำ ถ้าใส่ห่วงยางตลอดเวลา เราจะลอยได้และไปถึงอีกฝั่งเร็ว แต่วันที่ไม่มีห่วงยาง ร่างกายยังไม่เคยฝึกท่าเอง ครูสอนว่ายน้ำที่ดีจึงไม่ได้ห้ามอุปกรณ์ช่วย แต่ค่อย ๆ ลดความช่วยเหลือลงตามจังหวะของผู้เรียน

อ่านงานวิจัยนี้ให้พอดี: ข้อจำกัดที่ควรรู้

  • บริบทเฉพาะ ศึกษานักเรียนคณิตศาสตร์มัธยมปลายในบริบทหนึ่ง ผลกับวิชาอื่น วัยอื่น หรือระบบการศึกษาอื่นอาจต่างออกไป
  • เป็นเรื่องของการออกแบบ ไม่ใช่ตัว AI ทั้งหมด โมเดลเดียวกันให้ผลต่างกันมากตามวิธีตั้งค่าและวิธีใช้
  • ตัวเลขเป็นผลเฉลี่ยของกลุ่ม ไม่ได้ทำนายผลของเด็กแต่ละคน
  • ควรอ่านต้นฉบับประกอบ บทความนี้สรุปจากบทคัดย่อ และภายหลังมีการตีพิมพ์ประกาศแก้ไข (erratum) ของบทความ ผู้ที่ต้องการรายละเอียดเชิงวิชาการควรอ่านฉบับเต็ม

AI กับการเรียนรู้: งานวิจัยอื่นที่ช่วยให้เห็นภาพครบ

AI กับการเรียนรู้ไม่ได้มีแต่ข่าวน่ากังวล งานอื่นในปีเดียวกันพบผลที่ดีเมื่อ AI ถูกออกแบบให้สอนจริง

  • Kestin และคณะ (Scientific Reports, 2025) ทดลองแบบสุ่มกับนักศึกษาที่ Harvard พบว่า AI ติวเตอร์ที่ออกแบบตามหลักการสอนที่ดี ช่วยให้เรียนรู้ได้มากกว่าในเวลาน้อยกว่า เมื่อเทียบกับห้องเรียนแบบ active learning
  • โครงการของธนาคารโลกในไนจีเรีย เป็นโปรแกรมหลังเลิกเรียน 6 สัปดาห์ที่ใช้ AI เป็นติวเตอร์โดยมีครูสนับสนุน รายงานผลเบื้องต้นราว 0.3 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

เมื่อวางเทียบกัน ข้อสรุปจึงไม่ใช่ "AI ดี" หรือ "AI แย่" แต่คือ AI ที่มีโครงสร้างการสอน มีจังหวะให้เด็กคิดเอง และมีผู้ใหญ่อยู่รอบตัว มีแนวโน้มช่วยได้ ส่วน AI ที่ตอบทุกอย่างทันทีเสี่ยงจะทำให้เด็กพึ่งพา แนวทางของ UNICEF เรื่อง AI กับเด็ก ก็ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนพัฒนาการและประโยชน์สูงสุดของเด็กในทำนองเดียวกัน

ครอบครัวนำไปใช้อย่างไร

  1. ดูที่การทำเองได้ ไม่ใช่แค่งานที่ส่ง หลังลูกใช้ AI ช่วยทำการบ้าน ลองให้ทำข้อคล้ายกันหนึ่งข้อโดยไม่มี AI ถ้าทำได้ แปลว่า AI ช่วยการเรียนจริง
  2. ใช้ AI ให้ใบ้ ไม่ใช่ให้ตอบ สั่งให้ AI ถามนำทีละข้อ ดูตัวอย่างประโยคได้ใน ใช้ AI ทำการบ้านอย่างไรให้ได้ความรู้
  3. เลือกเครื่องมือที่มีกติกาการสอนในตัว ดูความต่างระหว่างเครื่องมือแต่ละแบบได้ใน AI ติวเตอร์ต่างจากแอปหาคำตอบอย่างไร
  4. เชื่อมกับแนวทางของโรงเรียน คู่มือการใช้ AI ของ สพฐ. ก็เน้นให้ใช้ AI เป็นเครื่องมือเสริม ไม่ใช่ทำงานแทน อ่านสรุปได้ที่ คู่มือการใช้ AI ของ ศธ. 2568

ตีโจทย์นำบทเรียนจากงานวิจัยนี้ไปออกแบบอย่างไร

ตีโจทย์ยังไม่เปิดให้ใช้ และไม่ได้อ้างว่าให้ผลแบบในงานวิจัย แต่ใช้บทเรียนจากงานนี้เป็นหลักในการออกแบบ

  • ลองเองก่อน ต้องมีความพยายามตอบก่อนจึงเปิดคำใบ้ขั้นสูงได้
  • คำใบ้ทีละขั้น 5 ระดับ สะกิดด้วยคำถาม เตือนหลักการ ทำขั้นแรกให้ดู ตัวอย่างข้อคล้าย และเฉลยเต็มเป็นขั้นสุดท้าย โดยคำใบ้ทั้งหมดเขียนและตรวจไว้ล่วงหน้า
  • เฉลยแล้วต้องมีข้อคล้ายกัน เฉลยละเอียด 6 ส่วนจบด้วยข้อคล้ายกันให้ลองทำเอง เพื่อเช็กว่าเข้าใจจริง
  • บอส = สอบจำลองที่ไม่มีตัวช่วย ใช้ดูว่าทำเองได้แค่ไหน ถ้ายังไม่ผ่าน บอสแค่ "บาดเจ็บ" แล้วค่อยกลับมาใหม่

สรุป

งานวิจัย PNAS 2025 เรื่อง AI กับการเรียนรู้ พบว่า AI แบบแชตทั่วไปช่วยให้คะแนนตอนฝึกดีขึ้น 48% แต่เมื่อเอา AI ออก นักเรียนกลุ่มนี้ได้คะแนนต่ำกว่ากลุ่มที่ไม่เคยใช้ 17% ขณะที่ AI แบบติวเตอร์ที่มีกติกาการสอนลดผลเสียนี้ได้เป็นส่วนใหญ่ บทเรียนสำหรับครอบครัวคือ ให้วัดจากสิ่งที่ลูกทำเองได้ ใช้ AI ให้ใบ้แทนตอบ และเลือกเครื่องมือที่ออกแบบให้เด็กได้คิดเอง

ตีโจทย์กำลังเตรียมเปิดให้ใช้ ถ้าอยากลองเป็นกลุ่มแรก ลงชื่อรอไว้ได้ที่หน้าแรกของ teejot.com

คำถามที่พบบ่อย

งานวิจัยนี้แปลว่าไม่ควรให้เด็กใช้ AI เลยใช่ไหม

ไม่ใช่ ผลที่น่าสนใจคือ AI แบบติวเตอร์ที่มีกติกาการสอนช่วยให้คะแนนตอนฝึกดีขึ้นมาก และลดผลเสียต่อการทำเองได้เป็นส่วนใหญ่ ประเด็นจึงอยู่ที่การออกแบบและวิธีใช้ ไม่ใช่การห้ามทั้งหมด

ตัวเลข 17% หมายถึงอะไร

หมายถึงเมื่อเอา AI ออกแล้วให้นักเรียนทำเอง กลุ่มที่เคยใช้ AI แบบแชตทั่วไปได้คะแนนต่ำกว่ากลุ่มที่ไม่เคยได้ใช้ AI ประมาณ 17% ตามที่ผู้วิจัยรายงานในบทคัดย่อ

ผลนี้ใช้กับเด็กไทยได้ไหม

งานนี้ศึกษานักเรียนคณิตศาสตร์ระดับมัธยมปลายในบริบทหนึ่ง จึงควรระวังการสรุปเกินกว่านั้น แต่กลไกที่พบ คือการใช้ AI เป็นไม้ค้ำแล้วไม่ได้ฝึกคิดเอง เป็นเรื่องที่ครอบครัวไทยนำไปคิดต่อได้

แหล่งอ้างอิง

  1. Bastani H, Bastani O, Sungu A, et al. (2025) Generative AI without guardrails can harm learning: Evidence from high school mathematics. PNAS 122(26):e2422633122
  2. Kestin G, Miller K, et al. (2025) AI tutoring outperforms in-class active learning. Scientific Reports 15:17458
  3. World Bank Blogs (2025) — From chalkboards to chatbots: Transforming learning in Nigeria
  4. UNICEF Innocenti — Guidance on AI and children

ตีโจทย์ให้แตก เข้าใจทุกขั้นตอน

ติวเตอร์ AI ตามหลักสูตรไทยที่พาเด็กตีโจทย์เองทีละขั้น พร้อมรายงานที่พ่อแม่เข้าใจง่าย

Product ของ บริษัท หนุมานไอที จำกัดตีโจทย์พัฒนาและให้บริการโดย บริษัท หนุมานไอที จำกัด ซึ่งดำเนินงานตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001, ISO/IEC 27701 และ ISO 27799

© 2569 ตีโจทย์ (TeeJot)

ข้อมูลของเด็กได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล