ข้ามไปเนื้อหาหลัก
คณิตศาสตร์

จำนวนเต็ม ม.1 บวกลบคูณหาร ทำไมลบคูณลบได้บวก

จำนวนเต็ม ม.1 เข้าใจจำนวนลบผ่านเส้นจำนวน อุณหภูมิ และเงินในกระเป๋า บวกลบคูณหารทีละขั้น อธิบายว่าทำไมลบคูณลบได้บวก พร้อมข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและโจทย์ฝึกมีเฉลย

ภาพปกบทความ จำนวนเต็ม ม.1 บวกลบคูณหารจำนวนลบ

จำนวนเต็ม ม.1 เป็นบทแรก ๆ ของคณิต ม.1 ภาคเรียนที่ 1 ตามลำดับหนังสือเรียนหลักสูตรแกนกลาง (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) และเป็นครั้งแรกที่น้องหลายคนได้ทำงานกับ "จำนวนลบ" อย่างจริงจัง ถ้าจับหลักได้สามเรื่อง คือ เส้นจำนวน การบวกลบ และกฎเครื่องหมายของการคูณหาร บทต่อ ๆ ไปอย่างเลขยกกำลังและสมการจะเดินหน้าได้สบายขึ้นมาก

บทความนี้อธิบายด้วยของที่เจอในชีวิตจริง เช่น อุณหภูมิในช่องแช่แข็ง ลิฟต์ชั้นใต้ดินของห้าง และเงินในกระเป๋า แล้วตอบคำถามยอดฮิตว่า "ทำไมลบคูณลบถึงได้บวก" แบบที่ไม่ต้องท่องจำอย่างเดียว ปิดท้ายด้วยข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและโจทย์ฝึกพร้อมเฉลย

ถ้าน้องเพิ่งขึ้น ม.1 และอยากทบทวนพื้นฐานจากประถมก่อน อ่าน ทบทวนคณิตก่อนขึ้น ม.1 คู่กันได้

จำนวนเต็ม ม.1 คืออะไร ดูจากเส้นจำนวน

จำนวนเต็มประกอบด้วยสามกลุ่ม

กลุ่ม ตัวอย่าง เจอในชีวิตจริง
จำนวนเต็มบวก 1,2,3,…1, 2, 3, \dots ชั้น 3 ของห้าง, มีเงิน 50 บาท
ศูนย์ 00 ชั้น G, จุดเริ่มต้น
จำนวนเต็มลบ −1,−2,−3,…-1, -2, -3, \dots ชั้นใต้ดิน B2, ติดเงินเพื่อน 20 บาท

ให้นึกถึงเส้นจำนวนแนวนอน ศูนย์อยู่ตรงกลาง จำนวนบวกอยู่ทางขวา จำนวนลบอยู่ทางซ้าย ยิ่งไปทางขวายิ่งมีค่ามาก เพราะฉะนั้น −2>−10-2 > -10 ถึงแม้ตัวเลข 10 จะดูใหญ่กว่า ลองนึกถึงอุณหภูมิ ช่องแช่แข็งที่ −10-10 องศาเซลเซียสหนาวกว่าที่ −2-2 องศา

อีกคำที่ต้องรู้คือ ค่าสัมบูรณ์ หมายถึงระยะห่างจากศูนย์ ไม่สนใจทิศทาง เขียนว่า ∣−7∣=7|-7| = 7 และ ∣7∣=7|7| = 7 ค่าสัมบูรณ์จะช่วยมากตอนบวกจำนวนที่เครื่องหมายต่างกัน

การบวกและการลบจำนวนเต็ม

บวกจำนวนที่เครื่องหมายเหมือนกัน

เอาค่าสัมบูรณ์มาบวกกัน แล้วใส่เครื่องหมายเดิม เช่น ติดเงินเพื่อน 5 บาท แล้วยืมเพิ่มอีก 3 บาท

(−5)+(−3)=−8(-5) + (-3) = -8

บวกจำนวนที่เครื่องหมายต่างกัน

เอาค่าสัมบูรณ์ที่มากลบค่าที่น้อย แล้วใช้เครื่องหมายของตัวที่ค่าสัมบูรณ์มากกว่า

ตัวอย่าง ตอนเช้าบนยอดดอยอุณหภูมิ −7-7 องศา (สมมติ) ตอนเที่ยงอุ่นขึ้น 12 องศา

(−7)+12=5(-7) + 12 = 5

ขั้นคิด: ∣12∣−∣−7∣=12−7=5|12| - |-7| = 12 - 7 = 5 และ 12 มีค่าสัมบูรณ์มากกว่า คำตอบจึงเป็นบวก คือ 5 องศา

การลบ คือการบวกด้วยจำนวนตรงข้าม

หลักสำคัญที่สุดของการลบจำนวนเต็มคือ

a−b=a+(−b)a - b = a + (-b)

"ลบ bb" เท่ากับ "บวกจำนวนตรงข้ามของ bb" เช่น

(−8)−(−5)=(−8)+5=−3(-8) - (-5) = (-8) + 5 = -3

ลองคิดแบบเงิน ตอนนี้ติดหนี้อยู่ 8 บาท ถ้ามีคน "ลบหนี้ 5 บาทออกไป" ให้ ก็เหลือหนี้แค่ 3 บาท

การคูณและการหารจำนวนเต็ม

กฎเครื่องหมายสรุปได้ในตารางเดียว

การคูณ/หาร ผลลัพธ์ ตัวอย่าง
บวก กับ บวก บวก 6×4=246 \times 4 = 24
บวก กับ ลบ ลบ (−4)×3=−12(-4) \times 3 = -12
ลบ กับ ลบ บวก (−6)×(−4)=24(-6) \times (-4) = 24

การหารใช้กฎเดียวกัน เช่น (−36)÷4=−9(-36) \div 4 = -9 และ (−48)÷(−6)=8(-48) \div (-6) = 8

ถ้าคูณหลายตัวติดกัน ให้นับจำนวนตัวที่เป็นลบ ถ้าจำนวนลบมีเป็นคู่ ผลเป็นบวก ถ้าเป็นคี่ ผลเป็นลบ

ทำไมลบคูณลบถึงได้บวก

คำถามนี้ดีมาก และน่าชมน้องที่สงสัย เพราะแปลว่ากำลังพยายามเข้าใจ ไม่ได้แค่จำ มีสองวิธีที่อธิบายได้

วิธีที่ 1 ดูรูปแบบของตัวเลข

ลองคูณ −3-3 ด้วยจำนวนที่ลดลงทีละ 1

การคูณ ผลลัพธ์
(−3)×3(-3) \times 3 −9-9
(−3)×2(-3) \times 2 −6-6
(−3)×1(-3) \times 1 −3-3
(−3)×0(-3) \times 0 00
(−3)×(−1)(-3) \times (-1) ?
(−3)×(−2)(-3) \times (-2) ?

สังเกตว่าผลลัพธ์ เพิ่มขึ้นทีละ 3 ทุกบรรทัด ถ้ารูปแบบนี้ยังเดินต่อ บรรทัดถัดไปต้องเป็น 33 และ 66 นั่นคือ (−3)×(−1)=3(-3) \times (-1) = 3 และ (−3)×(−2)=6(-3) \times (-2) = 6

วิธีที่ 2 ใช้สมบัติการแจกแจง

เรารู้ว่า 4+(−4)=04 + (-4) = 0 ดังนั้น

(−3)×(4+(−4))=(−3)×0=0(-3) \times \big(4 + (-4)\big) = (-3) \times 0 = 0

แจกแจงด้านซ้าย

(−3)(4)+(−3)(−4)=0(-3)(4) + (-3)(-4) = 0
−12+(−3)(−4)=0-12 + (-3)(-4) = 0

จำนวนที่บวกกับ −12-12 แล้วได้ 0 มีตัวเดียวคือ 1212 ดังนั้น (−3)(−4)=12(-3)(-4) = 12 ต้องเป็นบวก ถ้าเป็นอย่างอื่น สมบัติการแจกแจงที่เราใช้มาตลอดจะพังทันที

ตัวอย่างรวม: ทำตามลำดับการดำเนินการ

หาค่าของ −3+(−2)×5−(−12)÷3-3 + (-2) \times 5 - (-12) \div 3

  1. ทำคูณและหารก่อน: (−2)×5=−10(-2) \times 5 = -10 และ (−12)÷3=−4(-12) \div 3 = -4
  2. เขียนใหม่: −3+(−10)−(−4)-3 + (-10) - (-4)
  3. เปลี่ยนการลบเป็นการบวกจำนวนตรงข้าม: −3+(−10)+4-3 + (-10) + 4
  4. บวกทีละคู่: −13+4=−9-13 + 4 = -9

ตรวจคำตอบ: ลองคิดอีกทางด้วยเส้นจำนวน เริ่มที่ −3-3 ถอยซ้าย 10 ช่องไปที่ −13-13 แล้วเดินขวา 4 ช่อง ได้ −9-9 ตรงกัน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • คิดว่า "ลบบวกลบ" ได้บวก เช่น เขียน (−5)+(−3)=8(-5) + (-3) = 8 กฎ "ลบคูณลบได้บวก" ใช้กับการคูณหารเท่านั้น การบวกต้องดูบนเส้นจำนวน
  • ลืมเปลี่ยนเครื่องหมายตอนลบจำนวนลบ เช่น 7−(−8)7 - (-8) เผลอคิดเป็น 7−87 - 8 ที่ถูกคือ 7+8=157 + 8 = 15
  • เทียบค่าจำนวนลบกลับด้าน คิดว่า −10>−2-10 > -2 เพราะ 10 ใหญ่กว่า ให้นึกภาพอุณหภูมิหรือเส้นจำนวนทุกครั้ง
  • ทำบวกลบก่อนคูณหาร ในโจทย์รวม ต้องทำคูณหารก่อนเสมอ
  • นับเครื่องหมายลบผิดเมื่อคูณหลายตัว ให้วงเครื่องหมายลบไว้แล้วนับ คู่ได้บวก คี่ได้ลบ

พอเจอข้อผิดตรงไหน แนะนำให้เขียนสั้น ๆ ไว้ว่าผิดเพราะอะไร จะช่วยให้รอบหน้าจับจุดตัวเองได้เร็วขึ้น

โจทย์ฝึกพร้อมเฉลย

ลองทำเองก่อน แล้วค่อยเลื่อนดูเฉลย

  1. (−15)+9(-15) + 9
  2. 7−(−8)7 - (-8)
  3. (−5)×(−3)×(−2)(-5) \times (-3) \times (-2)
  4. (−48)÷(−6)+(−3)×4(-48) \div (-6) + (-3) \times 4
  5. ตู้แช่แข็งของร้านค้าอุณหภูมิ −18-18 องศาเซลเซียส ไฟดับทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นชั่วโมงละ 3 องศา ผ่านไป 4 ชั่วโมงอุณหภูมิเป็นเท่าไร (สมมติว่าเพิ่มสม่ำเสมอ)

เฉลย

  1. เครื่องหมายต่างกัน 15−9=615 - 9 = 6 ตัวที่ค่าสัมบูรณ์มากกว่าเป็นลบ ได้ −6-6
  2. 7+8=157 + 8 = 15
  3. มีจำนวนลบ 3 ตัว (คี่) ผลเป็นลบ 5×3×2=305 \times 3 \times 2 = 30 ได้ −30-30
  4. (−48)÷(−6)=8(-48) \div (-6) = 8 และ (−3)×4=−12(-3) \times 4 = -12 ดังนั้น 8+(−12)=−48 + (-12) = -4
  5. −18+(3×4)=−18+12=−6-18 + (3 \times 4) = -18 + 12 = -6 องศาเซลเซียส

ทำได้กี่ข้อก็ตาม ข้อที่ยังไม่ถูกคือข้อที่บอกเราว่าควรทวนตรงไหนต่อ บทถัดไปที่ใช้ทักษะนี้เต็ม ๆ คือ สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ส่วนผู้ปกครองที่กำลังเตรียมลูกช่วงเปิดเทอม ดู เช็กลิสต์เปิดเทอม 2569 ประกอบได้

ตีโจทย์ช่วยน้องเรื่องนี้ได้อย่างไร

ตีโจทย์ยังอยู่ระหว่างเตรียมเปิดให้ใช้ แต่ออกแบบไว้ให้ช่วยบทจำนวนเต็มแบบนี้

  • คำใบ้ทีละขั้น 5 ระดับ เริ่มจากคำถามสะกิด เช่น "จำนวนนี้อยู่ทางซ้ายหรือขวาของศูนย์" ก่อนจะเตือนหลักการหรือทำขั้นแรกให้ดู ไม่เฉลยทันที
  • เฉลยละเอียด 6 ส่วน มีทั้งขั้นตอน การตรวจคำตอบ และข้อผิดพลาดที่พบบ่อย เช่น การลืมเปลี่ยนเครื่องหมายตอนลบจำนวนลบ พร้อมข้อคล้ายกันให้ลองต่อ
  • โจทย์ตรงหลักสูตร ม.1 ปรับความยากตามที่น้องพร้อม และทบทวนแบบเว้นระยะอัตโนมัติ
  • ภารกิจรายวันสั้น ๆ กับ "โจทย์ท้าตีแตก" ให้ได้ XP จากความพยายามที่ตั้งใจ ไม่ใช่จากความเร็ว

สรุป

จำนวนเต็มมีสามกลุ่ม คือ บวก ศูนย์ และลบ การบวกลบให้คิดบนเส้นจำนวนและจำไว้ว่าการลบคือการบวกด้วยจำนวนตรงข้าม ส่วนการคูณหาร เครื่องหมายเหมือนกันได้บวก ต่างกันได้ลบ ซึ่งมีเหตุผลรองรับจากรูปแบบตัวเลขและสมบัติการแจกแจง ฝึกทีละน้อยแต่สม่ำเสมอ แล้วตรวจคำตอบทุกครั้ง

ตีโจทย์กำลังเตรียมเปิดให้ใช้ ถ้าอยากลองเป็นกลุ่มแรก ลงชื่อรอไว้ได้ที่หน้าแรกของ teejot.com

คำถามที่พบบ่อย

จำนวนเต็มลบกับจำนวนเต็มบวก ตัวไหนมีค่ามากกว่ากัน

จำนวนบวกทุกตัวมากกว่าศูนย์และมากกว่าจำนวนลบทุกตัว ส่วนจำนวนลบยิ่งอยู่ห่างจากศูนย์ไปทางซ้ายยิ่งมีค่าน้อย เช่น -10 น้อยกว่า -2

ศูนย์เป็นจำนวนเต็มบวกหรือจำนวนเต็มลบ

ศูนย์ไม่ใช่ทั้งจำนวนเต็มบวกและจำนวนเต็มลบ แต่เป็นจำนวนเต็มที่อยู่ตรงกลางเส้นจำนวน และนับรวมอยู่ในจำนวนเต็ม

ใช้เครื่องคิดเลขช่วยทำการบ้านเรื่องจำนวนเต็มได้ไหม

ใช้ตรวจคำตอบหลังทำเองเสร็จได้ แต่ช่วงแรกควรฝึกคิดเครื่องหมายด้วยตัวเองก่อน เพราะการสอบในโรงเรียนมักไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลข และบทต่อไปอย่างสมการต้องใช้ทักษะนี้ตลอด

แหล่งอ้างอิง

  1. สสวท. — หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
  2. สพฐ. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา — ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
  3. SmartMathPro — เนื้อหาคณิตศาสตร์ ม.ต้น (ม.1 ม.2 ม.3) แต่ละเทอมเรียนอะไรบ้าง

ตีโจทย์ให้แตก เข้าใจทุกขั้นตอน

ติวเตอร์ AI ตามหลักสูตรไทยที่พาเด็กตีโจทย์เองทีละขั้น พร้อมรายงานที่พ่อแม่เข้าใจง่าย

Product ของ บริษัท หนุมานไอที จำกัดตีโจทย์พัฒนาและให้บริการโดย บริษัท หนุมานไอที จำกัด ซึ่งดำเนินงานตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001, ISO/IEC 27701 และ ISO 27799

© 2569 ตีโจทย์ (TeeJot)

ข้อมูลของเด็กได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล