ข้ามไปเนื้อหาหลัก
ปฏิทินการศึกษา

เปิดเทอม 2569 วันที่ 16 พ.ค. เช็กลิสต์เตรียมลูกให้พร้อมเรียน

เปิดเทอม 2569 ภาคเรียนที่ 1 เริ่ม 16 พ.ค. และปิด 30 ก.ย. สรุปวันสำคัญ พร้อมเช็กลิสต์ 9 วันก่อนเปิดเทอม ทั้งเรื่องนอน ของใช้ กติกาหน้าจอ และการทบทวนเบา ๆ

ภาพปกบทความ เปิดเทอม 2569 เช็กลิสต์เตรียมลูกให้พร้อมเรียน

เปิดเทอม 2569 ภาคเรียนที่ 1 ตามปฏิทินเริ่มวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 นับจากวันนี้ (7 พ.ค.) เหลืออีก 9 วัน ช่วงนี้เป็นจังหวะดีที่จะค่อย ๆ พาลูกจากโหมดปิดเทอมกลับมาสู่โหมดเรียน โดยไม่ต้องรอให้ถึงคืนก่อนเปิดเทอมแล้วค่อยเร่งทุกอย่างพร้อมกัน

บทความนี้สรุปวันสำคัญของภาคเรียนที่ 1/2569 ซึ่งปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องวันปิดภาค แล้วตามด้วยเช็กลิสต์แบบนับถอยหลัง ทั้งเรื่องเวลานอน ของใช้ กติกาหน้าจอ และการทบทวนบทเรียนแบบเบา ๆ เลือกใช้เฉพาะข้อที่เหมาะกับบ้านของคุณได้เลย

เปิดเทอม 2569 วันไหน และปิดภาคเมื่อไร

รายการ วันที่ หมายเหตุ
เปิดภาคเรียนที่ 1/2569 16 พ.ค. 2569 ตรงกับวันเสาร์ หลายโรงเรียนเริ่มเรียนจริง 18 พ.ค.
สอบกลางภาค ตามปฏิทินโรงเรียน มักอยู่ราวเดือนกรกฎาคม
สอบปลายภาค ตามปฏิทินโรงเรียน มักอยู่ช่วงกลางถึงปลายกันยายน
ปิดภาคเรียนที่ 1/2569 30 ก.ย. 2569 ปรับจากเดิม 11 ต.ค.

การเปลี่ยนแปลงที่ครอบครัวควรรู้คือ สพฐ. ปรับวันปิดภาคเรียนที่ 1 มาเป็น 30 กันยายน เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เพื่อให้สอดคล้องกับปีงบประมาณ ผลที่ตามมาคือภาคเรียนแรกสั้นลงกว่าปีก่อน ๆ และสอบปลายภาคน่าจะขยับมาอยู่ในเดือนกันยายน ใครที่เคยวางแผนเที่ยวหรือกิจกรรมช่วงต้นตุลาคมไว้ อาจต้องเช็กปฏิทินโรงเรียนใหม่

วันสอบกลางภาคและปลายภาคแต่ละโรงเรียนกำหนดเอง จึงควร ตรวจสอบประกาศทางการของ สพฐ./โรงเรียน อีกครั้ง เมื่อโรงเรียนแจกปฏิทินการศึกษา

เช็กลิสต์ 9 วันก่อนเปิดเทอม

7–9 วันก่อน: ปรับเวลานอนทีละนิด

ปิดเทอมเด็กหลายคนนอนดึกตื่นสาย ถ้าเปลี่ยนกะทันหันในคืนเดียว วันแรกของเทอมมักง่วงทั้งวัน วิธีที่ทำได้ง่ายคือขยับเวลาเข้านอนและตื่นให้เร็วขึ้นครั้งละ 15–20 นาที ทุก 2–3 วัน จนใกล้เวลาที่ต้องใช้จริงตอนเปิดเทอม

เพื่อเป็นกรอบคร่าว ๆ ข้อแนะนำของ American Academy of Sleep Medicine ระบุว่าเด็ก 6–12 ปี ควรนอน 9–12 ชั่วโมงต่อคืน และวัยรุ่น 13–18 ปี ควรนอน 8–10 ชั่วโมงต่อคืน ลองนับถอยหลังจากเวลาตื่นไปโรงเรียนดูว่าลูกควรเข้านอนกี่โมง รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้ใน เด็กควรนอนกี่ชั่วโมง

5–6 วันก่อน: เตรียมของใช้และเส้นทาง

  • เช็กชุดนักเรียน รองเท้า ถุงเท้า ว่ายังใส่ได้พอดี เด็กโตเร็วในช่วงปิดเทอม
  • เตรียมอุปกรณ์การเรียนตามรายการที่โรงเรียนแจ้ง ไม่ต้องซื้อครบทุกอย่างล่วงหน้า บางวิชาครูจะบอกในสัปดาห์แรก
  • ติดชื่อบนของใช้สำคัญ เช่น กระติกน้ำ กล่องข้าว เสื้อกันหนาว
  • ถ้าเปลี่ยนโรงเรียนหรือขึ้นช่วงชั้นใหม่ ลองพาลูกเดินทางเส้นทางจริงหนึ่งรอบ ให้รู้ว่าใช้เวลาเท่าไร

3–4 วันก่อน: คุยเรื่องกติกาหน้าจอช่วงเปิดเทอม

ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2567 พบว่าเด็กอายุ 6–11 ปีมีโทรศัพท์มือถือ 43.9% ส่วนอายุ 12–14 ปีมี 86.5% และ 15–17 ปีมีถึง 98.3% มือถือจึงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเด็กไทยจำนวนมาก การคุยกติกาก่อนเปิดเทอมจึงช่วยลดการต่อรองรายวัน

ลองตกลงกันเรื่องต่อไปนี้

  • เวลาไหนเป็นเวลาทำการบ้านโดยไม่มีมือถืออยู่ข้างตัว
  • มือถือวางไว้ที่ไหนตอนกลางคืน
  • วันธรรมดากับวันหยุดใช้หน้าจอต่างกันแค่ไหน

American Academy of Pediatrics มีเครื่องมือ Family Media Plan ที่ช่วยให้ครอบครัวเขียนข้อตกลงร่วมกัน ข้อดีของการให้ลูกมีส่วนตั้งกติกาคือเขารู้สึกเป็นเจ้าของ และทำตามได้นานกว่ากติกาที่ถูกสั่งฝ่ายเดียว

1–2 วันก่อน: ทบทวนเบา ๆ และเตรียมใจ

ไม่จำเป็นต้องเรียนล่วงหน้า แต่การทบทวนสั้น ๆ ช่วยให้สมองกลับมาคุ้นกับการคิด ลองให้ลูกทำโจทย์ง่าย ๆ ของชั้นที่เพิ่งจบ 5–10 ข้อแบบไม่ดูหนังสือ งานวิจัยของ Roediger และ Karpicke (2006) พบว่าการฝึกดึงความรู้ออกมาด้วยการทดสอบตัวเอง ช่วยให้จำได้นานกว่าการอ่านซ้ำ ข้อไหนทำไม่ได้ก็ไม่ต้องกังวล แค่จดไว้ว่าเป็นเรื่องที่ "ยังไม่แน่น" แล้วค่อย ๆ ทบทวนในเดือนแรก

สำหรับน้องที่กำลังจะขึ้น ม.1 มีรายการเรื่องพื้นฐานที่ควรทบทวนอยู่ใน ทบทวนคณิตก่อนขึ้น ม.1

อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือความรู้สึก ถามลูกว่าตื่นเต้นหรือกังวลเรื่องอะไรในเทอมใหม่ บางคนกังวลเรื่องเพื่อนใหม่ บางคนกังวลวิชาใหม่ การได้พูดออกมาและรู้ว่าพ่อแม่ฟังอยู่ ช่วยให้ก้าวเข้าวันแรกได้เบาขึ้น

สัปดาห์แรกหลังเปิดเทอม ทำอะไรต่อดี

  • ขอปฏิทินการศึกษาและตารางเรียนจากโรงเรียน แล้วจดวันสำคัญลงปฏิทินครอบครัว
  • ตั้งมุมทำการบ้าน ที่แสงพอ มีอุปกรณ์ครบ และห่างจากทีวี
  • เริ่มกิจวัตรสั้น ๆ เช่น ทบทวนสิ่งที่เรียนวันนั้น 10–15 นาทีหลังอาหารเย็น ทำเป็นประจำสำคัญกว่าทำนาน
  • สังเกตพลังงานของลูก สัปดาห์แรกเด็กมักเหนื่อยกว่าปกติ ลดกิจกรรมเสริมลงชั่วคราวได้

ถ้าช่วงปิดเทอมที่ผ่านมาลูกได้พักเต็มที่และมีกิจกรรมหลากหลาย นั่นก็เป็นการเตรียมตัวที่ดีแล้ว ย้อนดูแนวคิดเรื่องนี้ได้ใน ปิดเทอมทำอะไรดี

ตีโจทย์ออกแบบมาช่วยช่วงเปิดเทอมอย่างไร

ตีโจทย์ยังไม่เปิดให้ใช้ แต่ออกแบบมาให้ช่วยช่วงเริ่มเทอมแบบนี้

  • ภารกิจรายวัน 15–30 นาทีตามวัย สั้นพอจะเข้ากับกิจวัตรหลังเลิกเรียน และมี "โจทย์ท้าตีแตก" ให้คนที่อยากลองข้อยากขึ้น
  • เด็กตั้งเป้าหมายเองได้ น้อง ป.4–6 เลือกการ์ดเป้าหมาย ส่วนพี่ ม.ปลายใช้ WOOP และแผน "ถ้า…แล้วจะ…"
  • โจทย์ตรงหลักสูตรไทย ตรงระดับ ปรับความยากตามที่เด็กพร้อม และทบทวนแบบเว้นระยะอัตโนมัติ
  • streak ใจดี วันพักตามแผนไม่ตัด streak และถ้าพลาดบางวันจะมีวันพักฉุกเฉินให้อัตโนมัติ เพราะเทอมใหม่ต้องการความต่อเนื่อง ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ

สรุป

เปิดเทอม 2569 ภาคเรียนที่ 1 เริ่ม 16 พ.ค. 2569 (หลายโรงเรียนเริ่มเรียนจริง 18 พ.ค.) และปิดภาค 30 ก.ย. 2569 ซึ่งเร็วกว่าปีก่อน ช่วง 9 วันก่อนเปิดเทอม ให้ค่อย ๆ ปรับเวลานอน เตรียมของใช้ คุยกติกาหน้าจอร่วมกัน และทบทวนเบา ๆ ด้วยการทดสอบตัวเอง จากนั้นขอปฏิทินโรงเรียนเพื่อจดวันสอบจริง

ตีโจทย์กำลังเตรียมเปิดให้ใช้ ถ้าอยากลองเป็นกลุ่มแรก ลงชื่อรอไว้ได้ที่หน้าแรกของ teejot.com

คำถามที่พบบ่อย

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 ปิดวันไหน

สพฐ. ปรับวันปิดภาคเรียนที่ 1 จากเดิม 11 ตุลาคม มาเป็น 30 กันยายน เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 ส่วนวันสอบกลางภาคและปลายภาคให้ดูตามปฏิทินของโรงเรียน

16 พฤษภาคม 2569 ตรงกับวันเสาร์ โรงเรียนเปิดวันไหนกันแน่

วันเปิดภาคเรียนตามปฏิทินคือ 16 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันเสาร์ หลายโรงเรียนจึงเริ่มเรียนจริงวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม ควรยืนยันกับประกาศของโรงเรียนลูกอีกครั้ง

ควรให้ลูกทบทวนบทเรียนก่อนเปิดเทอมไหม

ทำได้แบบเบา ๆ เช่น วันละ 15–20 นาที ทบทวนเรื่องพื้นฐานของชั้นที่เพิ่งจบ เป้าหมายคือให้สมองกลับมาคุ้นกับการคิด ไม่ใช่เรียนล่วงหน้าจนเหนื่อยก่อนเปิดเทอม

แหล่งอ้างอิง

  1. ครูวันดี — สพฐ. ปรับปฏิทินการศึกษา ปิดภาคเรียนที่ 1 วันที่ 30 ก.ย. เริ่มปีการศึกษา 2569
  2. ครูเชียงราย — เปิดเทอม 1/2569
  3. Paruthi et al. (2016) — Recommended amount of sleep for pediatric populations (AASM)
  4. American Academy of Pediatrics — Family Media Plan
  5. สำนักงานสถิติแห่งชาติ — การสำรวจการมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน (เด็กและเยาวชน) 2567
  6. Roediger & Karpicke (2006) — Test-enhanced learning

ตีโจทย์ให้แตก เข้าใจทุกขั้นตอน

ติวเตอร์ AI ตามหลักสูตรไทยที่พาเด็กตีโจทย์เองทีละขั้น พร้อมรายงานที่พ่อแม่เข้าใจง่าย

Product ของ บริษัท หนุมานไอที จำกัดตีโจทย์พัฒนาและให้บริการโดย บริษัท หนุมานไอที จำกัด ซึ่งดำเนินงานตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001, ISO/IEC 27701 และ ISO 27799

© 2569 ตีโจทย์ (TeeJot)

ข้อมูลของเด็กได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล