PDPA ข้อมูลเด็ก พ่อแม่ควรรู้อะไรก่อนให้ลูกใช้แอปการเรียน
PDPA ข้อมูลเด็กที่พ่อแม่ควรรู้ก่อนให้ลูกใช้แอปการเรียน ความยินยอมผู้ปกครองตามมาตรา 20 สิทธิขอดูและขอลบข้อมูล พร้อมเช็กลิสต์ 10 ข้อไว้ประเมินแอปก่อนกดยอมรับ

เปิดเทอมใหม่มาพร้อมแอปใหม่ ทั้งแอปที่โรงเรียนให้ใช้ส่งงาน แอปฝึกโจทย์ที่ครูแนะนำ และแอปที่พ่อแม่หามาเสริมเอง ทุกแอปขอให้กรอกชื่อ อายุ โรงเรียน หรือขอสิทธิ์เข้าถึงกล้องและไมโครโฟน คำถามคือ ก่อนกด "ยอมรับ" คุณพ่อคุณแม่ควรรู้อะไรเรื่อง PDPA ข้อมูลเด็ก บ้าง
บทความนี้สรุปหลักของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่เกี่ยวกับลูกโดยตรง ได้แก่ ความยินยอมของผู้ปกครอง สิ่งที่แอปต้องแจ้ง และสิทธิที่ครอบครัวใช้ได้ พร้อมเช็กลิสต์ไว้ประเมินแอปการเรียนตัวไหนก็ได้ (ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย)
แอปการเรียนเก็บข้อมูลอะไรของลูกบ้าง
ก่อนดูกฎหมาย ลองนึกภาพว่าข้อมูลของลูกในแอปหนึ่งตัวมีอะไรบ้าง
- ข้อมูลระบุตัวตน ชื่อ ชื่อเล่น วันเกิด โรงเรียน ชั้นเรียน อีเมลหรือเบอร์ผู้ปกครอง
- ข้อมูลการเรียน คะแนน ข้อที่ทำผิด เวลาที่ใช้ต่อข้อ ความถี่ในการเข้าใช้
- ข้อมูลจากอุปกรณ์ รุ่นเครื่อง ตำแหน่งที่ตั้ง ถ้าเปิดสิทธิ์ไว้
- ภาพ เสียง และข้อความ เช่น รูปถ่ายโจทย์ เสียงที่ถาม หรือข้อความที่ลูกพิมพ์คุยกับระบบ
บางอย่างจำเป็นต่อการเรียน เช่น ชั้นเรียนและผลการฝึก บางอย่างไม่จำเป็นเลย เช่น ตำแหน่งที่ตั้งตลอดเวลา และบางอย่างเป็นข้อมูลอ่อนไหว กฎหมายกำหนดเงื่อนไขเข้มกว่าปกติ เช่น มาตรา 26 จัดให้ข้อมูลชีวภาพอย่างข้อมูลภาพจำลองใบหน้าที่ใช้ยืนยันตัวตนเป็นข้อมูลประเภทพิเศษ
PDPA ข้อมูลเด็ก: ความยินยอมของผู้ปกครองตามมาตรา 20
มาตรา 20 วางหลักการขอความยินยอมเมื่อเจ้าของข้อมูลเป็นผู้เยาว์ไว้ดังนี้
| อายุของลูก | ใครให้ความยินยอม |
|---|---|
| ไม่เกิน 10 ปี | ขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ |
| เกิน 10 ปี แต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ | ต้องได้ความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองด้วย เว้นแต่เป็นการที่ผู้เยาว์ให้ความยินยอมได้เองตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนด |
มาตราเดียวกันยังให้นำหลักนี้ไปใช้กับการถอนความยินยอม การแจ้งข้อมูลให้ทราบ การใช้สิทธิ และการร้องเรียนด้วย พูดง่าย ๆ คือ สำหรับลูกวัยประถมและมัธยม พ่อแม่มีบทบาทสำคัญทั้งตอนเริ่มใช้และตอนอยากเลิกใช้
ความยินยอมที่ใช้ได้ต้องหน้าตาแบบไหน มาตรา 19 กำหนดว่าการขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง แจ้งวัตถุประสงค์ แยกออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน ใช้ภาษาที่อ่านง่ายและไม่หลอกลวง การให้บริการต้องไม่มีเงื่อนไขให้ยินยอมเก็บข้อมูลที่ไม่จำเป็นต่อบริการนั้น และต้องถอนความยินยอมได้ง่ายเหมือนตอนให้
สิ่งที่แอปต้องบอก และสิทธิที่ครอบครัวใช้ได้
มาตรา 23 กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลแจ้งเจ้าของข้อมูลก่อนหรือขณะเก็บข้อมูล อย่างน้อยเรื่องเหล่านี้
- เก็บข้อมูลไปเพื่ออะไร
- เก็บข้อมูลอะไร และเก็บไว้นานเท่าไร
- อาจเปิดเผยข้อมูลให้บุคคลหรือหน่วยงานประเภทใด
- ข้อมูลติดต่อผู้ควบคุมข้อมูล และเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลถ้ามี
- สิทธิของเจ้าของข้อมูล
ส่วนสิทธิที่ครอบครัวใช้ได้บ่อย ได้แก่
- สิทธิขอเข้าถึงและขอสำเนาข้อมูล (มาตรา 30) ผู้ควบคุมข้อมูลต้องดำเนินการตามคำขอโดยไม่ชักช้า และไม่เกิน 30 วันนับจากวันที่ได้รับคำขอ เว้นแต่มีเหตุปฏิเสธตามที่กฎหมายกำหนด
- สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล (มาตรา 33) เช่น เมื่อข้อมูลหมดความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ หรือเมื่อถอนความยินยอมแล้วและไม่มีฐานทางกฎหมายอื่นให้เก็บต่อ
- สิทธิถอนความยินยอม (มาตรา 19) ถอนเมื่อใดก็ได้ แต่ไม่กระทบสิ่งที่ทำไปแล้วโดยชอบก่อนถอน
ถ้าคุยกับผู้ให้บริการแล้วยังไม่ได้รับการแก้ไข สามารถติดต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ได้
เช็กลิสต์ 10 ข้อ ก่อนให้ลูกใช้แอปการเรียน
ใช้ได้กับทุกแอป ไม่ว่าฟรีหรือเสียเงิน
| # | คำถาม | สัญญาณดี |
|---|---|---|
| 1 | บอกชัดไหมว่าใครเป็นผู้ให้บริการ | มีชื่อบริษัท ที่อยู่ ช่องทางติดต่อ |
| 2 | มีนโยบายความเป็นส่วนตัวภาษาไทยที่อ่านเข้าใจไหม | บอกวัตถุประสงค์ ข้อมูลที่เก็บ และระยะเวลาเก็บ |
| 3 | ถามอายุและขอความยินยอมผู้ปกครองไหม | ผู้ปกครองเป็นคนยืนยัน ไม่ใช่ให้เด็กกดเอง |
| 4 | ขอข้อมูลเกินจำเป็นไหม | ขอแค่ที่ใช้เรียนจริง ไม่บังคับตำแหน่งหรือรายชื่อติดต่อ |
| 5 | ขอสิทธิ์กล้อง ไมค์ ตำแหน่ง เพราะอะไร | อธิบายเหตุผล และปฏิเสธได้โดยยังใช้ส่วนหลักได้ |
| 6 | มีโฆษณาหรือขายของถึงเด็กไหม | ไม่มีโฆษณาหรือข้อความชวนซื้อถึงเด็กโดยตรง |
| 7 | แชร์ข้อมูลให้ใครบ้าง | ระบุประเภทผู้รับชัด และไม่นำข้อมูลเด็กไปทำการตลาด |
| 8 | ผู้ปกครองดูข้อมูลและรายงานของลูกได้ไหม | มีหน้าหรือรายงานสำหรับผู้ปกครอง |
| 9 | ขอลบบัญชีและข้อมูลได้ง่ายไหม | มีปุ่มหรือช่องทางชัด บอกระยะเวลาดำเนินการ |
| 10 | มีระบบกลั่นกรองเนื้อหาและดูแลความปลอดภัยไหม | อธิบายว่าป้องกันเนื้อหาไม่เหมาะสมอย่างไร |
AAP ก็แนะนำในทำนองเดียวกันว่าก่อนใช้แอปหรือแพลตฟอร์มใหม่ ให้ตรวจการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และคุยกับลูกเรื่องโฆษณาและการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ เรื่องเวลาหน้าจอโดยรวม อ่านต่อได้ใน ตั้งกติกา screen time ช่วงปิดเทอม
คุยเรื่องข้อมูลส่วนตัวกับลูกตามวัย
TDRI เคยตั้งข้อสังเกตว่า PDPA ยังขาดแนวทางเฉพาะเรื่องการแจ้งข้อมูลให้เด็กเข้าใจ และเสนอให้ใช้วิธีที่เหมาะกับวัย เช่น วิดีโอหรือแผนภาพ ที่บ้านทำเรื่องนี้ได้เลย
- ป.4–ป.6 ใช้กติกาง่าย ๆ เช่น "ชื่อจริง โรงเรียน ที่อยู่ รูปหน้า ถามพ่อแม่ก่อนใส่ทุกครั้ง"
- ม.1–ม.3 ชวนอ่านหน้าขอสิทธิ์ของแอปด้วยกัน แล้วถามว่า "แอปนี้ขอสิ่งนี้ไปทำอะไร"
- ม.4–ม.6 ให้ลองตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเอง และรู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์ขอดูหรือขอลบข้อมูล
แทนที่จะพูดว่า "ห้ามโหลดแอปอะไรเอง" ลองพูดว่า "ถ้าเจอแอปที่อยากลอง มาเปิดดูด้วยกันก่อนนะ แม่อยากรู้ว่ามันขออะไรจากเราบ้าง" ถ้าบ้านไหนกำลังเตรียมของเปิดเทอม ใส่เรื่องนี้ไว้ใน เช็กลิสต์เปิดเทอม 2569 ได้ และถ้าลูกเริ่มใช้แชตบอต ดูเพิ่มที่ กติกาใช้ AI ในครอบครัว
ตีโจทย์ออกแบบเรื่องข้อมูลลูกไว้อย่างไร
ตีโจทย์พัฒนาและให้บริการโดย บริษัท หนุมานไอที จำกัด ซึ่งดำเนินงานตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001, ISO/IEC 27701 และ ISO 27799 และออกแบบให้ขอความยินยอมจากผู้ปกครองตาม PDPA ในส่วนของการเรียน ตีโจทย์ออกแบบไว้ดังนี้
- รายงานผู้ปกครองรายสัปดาห์ทาง LINE พ่อแม่เห็นว่าลูกฝึกอะไร เข้าใจเรื่องไหนแล้ว โดยเทียบกับตัวลูกเองเท่านั้น ไม่เทียบกับคนอื่น
- โจทย์ตรงหลักสูตรไทยที่ผ่านการตรวจความถูกต้องก่อนถึงมือเด็ก ลูกเรียนจากเนื้อหาที่คัดมาแล้ว
- คำใบ้ทีละขั้น 5 ระดับ ออกแบบให้ AI พาคิด ไม่ทำการบ้านแทน
สรุป
ก่อนให้ลูกใช้แอปการเรียน ให้ดูว่าใครเป็นผู้ให้บริการ เก็บข้อมูลอะไร เพื่ออะไร และนานเท่าไร ตามมาตรา 20 ลูกอายุไม่เกิน 10 ปีต้องได้ความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง และลูกที่โตกว่านั้นแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยทั่วไปก็ต้องได้ความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองด้วย ครอบครัวมีสิทธิขอดู ขอสำเนา ขอลบข้อมูล และถอนความยินยอมได้ ใช้เช็กลิสต์ 10 ข้อทุกครั้งที่มีแอปใหม่ และสอนลูกให้ถามคำถามเดียวกันเมื่อโตขึ้น (ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย)
ตีโจทย์กำลังเตรียมเปิดให้ใช้ ถ้าอยากลองเป็นกลุ่มแรก ลงชื่อรอไว้ได้ที่หน้าแรกของ teejot.com
คำถามที่พบบ่อย
ลูกอายุ 12 ปีกดยอมรับเงื่อนไขแอปเองได้ไหม
ตามมาตรา 20 ผู้เยาว์ที่อายุเกิน 10 ปีแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ โดยทั่วไปต้องได้ความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองด้วย เว้นแต่เป็นเรื่องที่ผู้เยาว์ทำได้เองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กรณีเฉพาะควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย
ถ้าเลิกใช้แอปแล้ว ข้อมูลลูกจะหายไปเองหรือเปล่า
ไม่เสมอไป การลบแอปออกจากเครื่องไม่ได้แปลว่าผู้ให้บริการลบข้อมูลในระบบแล้ว ควรดูในนโยบายความเป็นส่วนตัวว่าเก็บไว้นานเท่าไร และติดต่อผู้ให้บริการเพื่อขอถอนความยินยอมหรือขอให้ลบข้อมูล
ถ้าคิดว่าแอปใช้ข้อมูลลูกไม่ถูกต้อง ร้องเรียนได้ที่ไหน
เริ่มจากติดต่อผู้ให้บริการหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของแอปก่อน ถ้ายังไม่ได้รับการแก้ไข สามารถร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ได้
แหล่งอ้างอิง
- พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 20 (SiData+ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล)
- พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 19
- พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23
- พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26
- พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 30
- พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 33
- TDRI — PDPA กับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเด็ก
- สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)
- HealthyChildren.org (AAP) — How to Make a Family Media Plan


