ข้ามไปเนื้อหาหลัก
เตรียมสอบ

เทคนิคทำข้อสอบในห้องสอบ บริหารเวลาและตรวจคำตอบ

เทคนิคทำข้อสอบในห้องสอบสำหรับนักเรียน ป.4–ม.6 ตั้งแต่ 2 นาทีแรก การแบ่งเวลาต่อข้อ ทำเป็นรอบ อ่านโจทย์ไม่ให้พลาด จนถึงวิธีตรวจคำตอบคณิตด้วยการประมาณและแทนค่ากลับ

ภาพปกบทความ เทคนิคทำข้อสอบ บริหารเวลาและตรวจคำตอบ

หลายคนเตรียมตัวมาดี แต่พอเข้าห้องสอบกลับทำไม่ทัน หรือได้กระดาษคืนมาแล้วเห็นว่าพลาดเพราะอ่านโจทย์ผิดหรือคิดเลขผิดแค่นิดเดียว เทคนิคทำข้อสอบ ที่ดีไม่ได้มาแทนการเตรียมเนื้อหา แต่ช่วยให้สิ่งที่รู้อยู่แล้วออกมาเป็นคะแนนได้ครบขึ้น โดยเฉพาะ 3 เรื่อง คือ การแบ่งเวลา การอ่านโจทย์ และการตรวจคำตอบ

บทความนี้รวมเทคนิคที่ใช้ได้ตั้งแต่ ป.4 ถึง ม.6 พร้อมตัวอย่างคำนวณการแบ่งเวลา และวิธีตรวจคำตอบคณิตแบบที่ทำได้จริงในห้องสอบ

2 นาทีแรก: สำรวจก่อนลงมือ

ก่อนเริ่มข้อ 1 ใช้เวลาสั้น ๆ ทำสิ่งเหล่านี้

  • เขียนชื่อ เลขที่ และรายละเอียดบนกระดาษคำตอบให้ครบ ก่อนลืม
  • พลิกดูทั้งฉบับ ว่ามีกี่ตอน ตอนไหนเป็นปรนัย ตอนไหนต้องเขียนแสดงวิธีทำ และแต่ละตอนมีคะแนนเท่าไร
  • อ่านคำสั่งของแต่ละตอน เช่น "เลือกคำตอบที่ถูกที่สุด" หรือ "ตอบทุกข้อ" หรือ "เลือกทำ 3 ใน 5 ข้อ"
  • หายใจช้า ๆ สักครั้ง ใจที่นิ่งขึ้นช่วยให้อ่านโจทย์ได้ละเอียดขึ้น

เทคนิคทำข้อสอบเรื่องเวลา: คำนวณเวลาต่อข้อ

หลักคือเผื่อเวลาตรวจไว้ก่อน แล้วค่อยแบ่งเวลาที่เหลือให้แต่ละข้อ

ตัวอย่าง ข้อสอบปรนัย 40 ข้อ เวลา 60 นาที อยากเหลือเวลาตรวจ 10 นาที

  • เวลาทำข้อสอบ 60−10=5060 - 10 = 50 นาที
  • เวลาเฉลี่ยต่อข้อ 50÷40=1.2550 \div 40 = 1.25 นาที
  • เปลี่ยนเป็นวินาที 1.25×60=751.25 \times 60 = 75 วินาที

แปลว่าเฉลี่ยข้อละประมาณ 1 นาทีกว่า ๆ ข้อไหนคิดเกิน 2 นาทีแล้วยังไม่เห็นทาง ให้ทำเครื่องหมายแล้วข้ามก่อน อีกวิธีที่ง่ายกว่าดูนาฬิกาทุกข้อคือกำหนด "จุดเช็ก" เช่น ผ่านไป 25 นาทีควรทำถึงราวข้อ 20

ถ้าข้อสอบมีทั้งปรนัยและอัตนัย ให้แบ่งเวลาตามสัดส่วนคะแนน ไม่ใช่ตามจำนวนข้อ เช่น ตอนอัตนัยที่มีคะแนนครึ่งหนึ่งของฉบับ ควรได้เวลาราวครึ่งหนึ่งด้วย

ทำข้อสอบเป็น 3 รอบ

รอบ ทำอะไร เป้าหมาย
รอบ 1 ทำข้อที่เห็นทางทันที ข้อที่ติดให้ทำเครื่องหมายแล้วข้าม เก็บคะแนนที่มั่นใจให้ครบก่อน
รอบ 2 กลับมาทำข้อที่ข้าม เริ่มจากข้อที่รู้สึกว่าใกล้คิดออกที่สุด ใช้เวลาที่เหลือกับข้อที่มีโอกาสได้คะแนน
รอบ 3 ตรวจกระดาษคำตอบ แล้วตรวจข้อที่คำนวณยาว ลดความพลาดที่ไม่ควรเสียคะแนน

ข้อดีของการทำเป็นรอบคือไม่ติดอยู่กับข้อยากข้อเดียวจนเสียเวลาของข้อที่ทำได้ และหลายครั้งข้อหลังช่วยเตือนความจำให้ข้อที่ข้ามไป

อ่านโจทย์อย่างไรไม่ให้พลาด

ความพลาดจากการอ่านโจทย์พบบ่อยมาก และแก้ได้ด้วยนิสัยง่าย ๆ

  1. ขีดเส้นใต้สิ่งที่โจทย์ถาม เช่น "เหลือกี่บาท" "ข้อใดไม่ถูกต้อง" "ตอบเป็นเซนติเมตร"
  2. วงคำที่เปลี่ยนความหมาย เช่น ไม่ ยกเว้น มากที่สุด อย่างน้อย
  3. เช็กหน่วย โจทย์ให้เมตร แต่ถามเป็นเซนติเมตร หรือให้นาทีแต่ถามเป็นชั่วโมง
  4. อ่านตัวเลือกให้ครบทุกตัว ก่อนตัดสินใจ แม้ตัวเลือกแรกจะดูถูก

วิธีตรวจคำตอบคณิตในห้องสอบ

ประมาณค่าก่อนหรือหลังคำนวณ

ถ้าคำนวณ 4.8×2.14.8 \times 2.1 ได้คำตอบ 1.008 หรือ 100.8 ให้ลองปัดเป็น 5×2=105 \times 2 = 10 จะเห็นทันทีว่าคำตอบควรอยู่ราว 10 คำตอบที่ถูกคือ 10.0810.08 การประมาณแบบนี้ช่วยจับการวางจุดทศนิยมผิดได้ดี อ่านวิธีวางจุดทศนิยมเพิ่มได้ที่ คูณหารทศนิยม ป.5–ป.6

แทนค่ากลับ

แก้สมการ 3x+5=203x + 5 = 20 ได้ x=5x = 5 ลองแทนกลับ 3(5)+5=15+5=203(5) + 5 = 15 + 5 = 20 ตรงกับโจทย์ แปลว่าถูก ถ้าไม่ตรง ให้ย้อนดูขั้นที่ย้ายข้างหรือคิดเครื่องหมาย

ถามว่าคำตอบสมเหตุสมผลไหม

โจทย์ถามว่าเหลือเงินเท่าไรหลังลดราคา 25% จากของราคา 80 บาท ถ้าได้คำตอบมากกว่า 80 บาทแปลว่าผิดแน่ ๆ คิดใหม่ได้ ส่วนลดคือ 0.25×80=200.25 \times 80 = 20 บาท จึงเหลือ 80−20=6080 - 20 = 60 บาท

ตรวจกระดาษคำตอบ

ข้อสอบที่ต้องระบายหรือเขียนลงกระดาษคำตอบแยก ให้ตรวจว่าเลขข้อตรงกันทุกช่วง 10 ข้อ โดยเฉพาะหลังจากข้ามข้อ เพราะเป็นจุดที่ระบายเลื่อนบรรทัดได้ง่าย

ถ้าตื่นเต้นจนสมองตื้อ

งานของ Ramirez และ Beilock (2011) พบว่านักเรียนที่ได้เขียนระบายความกังวลเกี่ยวกับการสอบราว 10 นาทีก่อนสอบ ทำข้อสอบได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มที่นั่งเฉย ๆ ลองทำก่อนเข้าห้องสอบ และถ้าระหว่างสอบรู้สึกว่าสมองตื้อ ให้วางดินสอ หายใจช้า ๆ 3 ครั้ง แล้วเริ่มจากข้อที่ง่ายที่สุดที่เหลืออยู่ อ่านวิธีรับมืออื่นเพิ่มได้ที่ ตื่นเต้นก่อนสอบ รับมืออย่างไร หากความกังวลรบกวนการสอบบ่อยครั้ง ควรคุยกับครูแนะแนว

ซ้อมเทคนิคทำข้อสอบตั้งแต่ที่บ้าน

เทคนิคเหล่านี้ใช้ได้ดีที่สุดเมื่อซ้อมจนเป็นนิสัยก่อนวันสอบ งานของ Roediger และ Karpicke (2006) และงานทบทวนของ Dunlosky และคณะ (2013) ชี้ว่าการทดสอบตัวเองช่วยให้จำได้นานกว่าการอ่านซ้ำ การสอบจำลองที่บ้านจึงได้ประโยชน์สองต่อ คือทั้งทบทวนเนื้อหาและซ้อมบริหารเวลา

  • ซ้อมจับเวลาตามจริงสัปดาห์ละครั้งช่วงก่อนสอบ
  • ฝึกขีดเส้นใต้สิ่งที่โจทย์ถามทุกข้อ แม้ในการบ้าน
  • หลังซ้อม ดูว่าข้อผิดเกิดจากอะไร แล้วเลือกนิสัย 1 ข้อไปฝึกเพิ่ม

ถ้ากำลังวางแผนช่วงก่อนสอบ ดูตารางสอบจำลองก่อนวันจริงได้ที่ เตรียมสอบกลางภาค แผน 3 สัปดาห์

ตีโจทย์ช่วยซ้อมเรื่องนี้ได้อย่างไร

ตีโจทย์ยังไม่เปิดให้ใช้ แต่ออกแบบเครื่องมือไว้ให้ฝึกทักษะในห้องสอบแบบสนุกและไม่กดดัน

  • หน้าจอจับเวลาที่ซ่อนนาฬิกาได้ และเทียบกับตัวเองครั้งก่อน ไม่เทียบกับใคร
  • บอสสอบจำลอง ให้ซ้อมทำเป็นรอบเหมือนสอบจริง ถ้ายังไม่ผ่านจะเป็น "บอสบาดเจ็บ" ไม่มีคำว่าแพ้
  • เฉลยละเอียด 6 ส่วน มีขั้น "ตรวจคำตอบ" และ "ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย" ให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่พลาดตรงไหน
  • XP จากความพยายามที่มีคุณภาพ ไม่ใช่ความเร็ว จึงไม่รีบจนสะเพร่า

สรุป

เทคนิคทำข้อสอบที่ใช้ได้จริงมี 4 ส่วน สำรวจทั้งฉบับใน 2 นาทีแรก คำนวณเวลาต่อข้อโดยเผื่อเวลาตรวจไว้ก่อน ทำเป็น 3 รอบโดยข้ามข้อที่ติด และตรวจคำตอบด้วยการประมาณ แทนค่ากลับ ดูความสมเหตุสมผล และตรวจกระดาษคำตอบ ซ้อมนิสัยเหล่านี้ที่บ้านจนเป็นอัตโนมัติ แล้ววันสอบจะมีสมาธิเหลือให้กับการคิดจริง ๆ

ตีโจทย์กำลังเตรียมเปิดให้ใช้ ถ้าอยากลองเป็นกลุ่มแรก ลงชื่อรอไว้ได้ที่หน้าแรกของ teejot.com

คำถามที่พบบ่อย

เจอข้อที่ทำไม่ได้ในห้องสอบ ควรทำอย่างไร

ทำเครื่องหมายไว้แล้วข้ามไปทำข้ออื่นก่อน เมื่อเก็บข้อที่ทำได้ครบแล้วค่อยกลับมา บ่อยครั้งที่ข้อถัดไปช่วยเตือนความจำหรือทำให้ใจสงบพอจะคิดออก

ควรเหลือเวลาตรวจคำตอบเท่าไร

โดยทั่วไปราว 10–15% ของเวลาสอบ เช่น สอบ 60 นาทีควรเหลือเวลาตรวจประมาณ 6–10 นาที และให้ตรวจการระบายหรือการเขียนคำตอบลงกระดาษคำตอบก่อนตรวจการคำนวณ

ทำข้อสอบสะเพร่าบ่อย แก้ได้ไหม

แก้ได้ด้วยการฝึกนิสัยเล็ก ๆ ซ้ำจนเป็นอัตโนมัติ เช่น ขีดเส้นใต้สิ่งที่โจทย์ถาม ประมาณคำตอบก่อนคำนวณ และแทนค่ากลับเมื่อทำได้ จากนั้นซ้อมนิสัยเหล่านี้ตอนทำแบบฝึกหัดที่บ้าน

แหล่งอ้างอิง

  1. Ramirez & Beilock (2011) Writing about testing worries boosts exam performance in the classroom
  2. Roediger & Karpicke (2006) Test-enhanced learning
  3. Dunlosky et al. (2013) Improving students' learning with effective learning techniques

ตีโจทย์ให้แตก เข้าใจทุกขั้นตอน

ติวเตอร์ AI ตามหลักสูตรไทยที่พาเด็กตีโจทย์เองทีละขั้น พร้อมรายงานที่พ่อแม่เข้าใจง่าย

Product ของ บริษัท หนุมานไอที จำกัดตีโจทย์พัฒนาและให้บริการโดย บริษัท หนุมานไอที จำกัด ซึ่งดำเนินงานตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001, ISO/IEC 27701 และ ISO 27799

© 2569 ตีโจทย์ (TeeJot)

ข้อมูลของเด็กได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล