ข้ามไปเนื้อหาหลัก
สำหรับผู้ปกครอง

อ่านผลการเรียนของลูกอย่างไร เกรด 0–4 บอกอะไรมากกว่าตัวเลข

อ่านผลการเรียนของลูกให้เข้าใจ ตั้งแต่เกรด 8 ระดับ 0–4 ช่วงคะแนนร้อยละตามแนวปฏิบัติ สพฐ. ความหมายของ ร มส ผ มผ การคิดเกรดเฉลี่ย และวิธีคุยกับลูกหลังรับผลการเรียน

ภาพปกบทความ อ่านผลการเรียนของลูก

ปลายเดือนมีนาคม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ปิดลง หลายบ้านได้รับผลการเรียนของลูก ทั้งแบบกระดาษและแบบออนไลน์ในระบบของโรงเรียน ตัวเลข 4, 3.5, 2 หรือตัวอักษรอย่าง "ร" และ "มส" อาจทำให้พ่อแม่สงสัยว่าหมายถึงอะไร และควรคุยกับลูกต่ออย่างไร บทความนี้ช่วยให้คุณ อ่านผลการเรียนของลูก ได้ครบ ตั้งแต่ความหมายของแต่ละระดับ ไปจนถึงการใช้ข้อมูลนั้นวางแผนช่วงปิดเทอม

สรุปสั้น ๆ ก่อน ตามแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของ สพฐ. ระดับมัธยมศึกษาใช้เกรดตัวเลข 8 ระดับ ตั้งแต่ 0 ถึง 4 เกณฑ์ผ่านแต่ละรายวิชาอยู่ที่ร้อยละ 50 ส่วนระดับประถมศึกษา โรงเรียนเลือกระบบรายงานได้เอง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลข คือการมองให้เห็นว่าลูกเข้าใจเรื่องไหนแล้ว และเรื่องไหนที่ยังต้องการเวลาเพิ่ม

เกรด 8 ระดับ: ตัวเลขแต่ละตัวหมายถึงอะไร

แนวปฏิบัติของ สพฐ. กำหนดความหมายและช่วงคะแนนเป็นร้อยละของผลการเรียน 8 ระดับไว้ดังนี้

ระดับผลการเรียน ความหมาย ช่วงคะแนนเป็นร้อยละ
4 ดีเยี่ยม 80–100
3.5 ดีมาก 75–79
3 ดี 70–74
2.5 ค่อนข้างดี 65–69
2 ปานกลาง 60–64
1.5 พอใช้ 55–59
1 ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ 50–54
0 ต่ำกว่าเกณฑ์ 0–49

ข้อควรรู้เพิ่มเติม

  • คะแนนรวมมาจากทั้งภาคเรียน ไม่ใช่แค่สอบปลายภาค ผลการเรียนรายวิชาตัดสินจากคะแนนระหว่างภาคและปลายภาค "ตามสัดส่วนที่สถานศึกษากำหนด" เกรด 2.5 จึงอาจมาจากงานที่ส่งไม่ครบ มากกว่าความเข้าใจที่ขาดไป
  • ระดับประถมศึกษา หลักสูตรแกนกลางฯ เปิดให้โรงเรียนรายงานผลเป็นระบบตัวเลข ตัวอักษร ร้อยละ หรือคำสำคัญที่สะท้อนมาตรฐาน ถ้าผลการเรียนของลูกหน้าตาไม่เหมือนตารางนี้ ถามครูประจำชั้นได้ว่าโรงเรียนใช้ระบบไหน
  • แต่ละรายวิชามีการประเมินตัวชี้วัดย่อย ครูมักมีรายละเอียดว่าลูกผ่านตัวชี้วัดใดแล้วบ้าง ซึ่งบอกได้มากกว่าเกรดตัวเดียว

ร มส ผ มผ และผลประเมินอื่นในสมุดรายงาน

นอกจากตัวเลข ผลการเรียนอาจมีตัวอักษรหรือคำเหล่านี้

สิ่งที่เห็น ความหมายตามแนวปฏิบัติ สพฐ.
ร รอการตัดสิน เพราะข้อมูลผลการเรียนยังไม่ครบ เช่น ไม่ได้สอบระหว่างภาคหรือปลายภาค หรือยังไม่ได้ส่งงานที่เป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินผล
มส ไม่มีสิทธิ์เข้ารับการวัดผลปลายภาค เพราะมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 และไม่ได้รับการผ่อนผัน
ผ / มผ ผ่าน / ไม่ผ่าน ใช้กับกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เช่น กิจกรรมแนะแนว ลูกเสือ ชุมนุม
ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ไม่ผ่าน ใช้กับการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์

ถ้าเห็น "ร" หรือ "มส" ไม่ต้องตกใจ สิ่งแรกที่ควรทำคือติดต่อครูประจำวิชาเพื่อถามว่าขาดอะไร และต้องทำให้เสร็จภายในเมื่อไร สำหรับเกรด 0 แนวปฏิบัติกำหนดให้โรงเรียนสอนซ่อมเสริมในส่วนที่ยังไม่ผ่านก่อนสอบแก้ตัว และสำหรับภาคเรียนที่ 2 ต้องดำเนินการให้เสร็จภายในปีการศึกษานั้น รายละเอียดเวลาและวิธีการให้ยึดตามประกาศของโรงเรียน

เอกสาร ปพ. ที่พ่อแม่ควรรู้จัก

แนวปฏิบัติของ สพฐ. แบ่งเอกสารที่เกี่ยวกับผลการเรียนไว้หลายแบบ ที่พ่อแม่เจอบ่อยมีดังนี้

  • ปพ.1 ระเบียนแสดงผลการเรียน เอกสารหลักฐานที่บันทึกผลการเรียนสะสม ใช้รับรองผลการเรียนและวุฒิ เช่น เมื่อจบ ป.6 ม.3 ม.6 หรือย้ายโรงเรียน
  • ปพ.2 ประกาศนียบัตร ออกให้เมื่อจบการศึกษาในระดับนั้น
  • ปพ.3 แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา เอกสารที่โรงเรียนใช้รายงานรายชื่อผู้จบการศึกษา
  • แบบรายงานประจำตัวนักเรียน เอกสารที่โรงเรียนใช้แจ้งผลให้ผู้ปกครองทราบ ซึ่งแนวปฏิบัติกำหนดให้รายงานอย่างน้อยภาคเรียนละครั้ง หลายโรงเรียนเรียกว่าสมุดรายงานผล หรือส่งผ่านระบบออนไลน์

คิดเกรดเฉลี่ยแบบถ่วงหน่วยกิต

ระดับมัธยมศึกษา เกรดเฉลี่ยคิดโดยเอาเกรดแต่ละวิชาคูณจำนวนหน่วยกิต รวมกัน แล้วหารด้วยหน่วยกิตทั้งหมด ลองดูตัวอย่างสมมติ

วิชา หน่วยกิต เกรด เกรด × หน่วยกิต
คณิตศาสตร์ 1.5 3 4.5
วิทยาศาสตร์ 1.5 2.5 3.75
ภาษาไทย 1.0 3.5 3.5
ภาษาอังกฤษ 1.0 2 2.0
สังคมศึกษา 1.0 4 4.0
รวม 6.0 17.75
เกรดเฉลี่ย=17.756.0≈2.958\text{เกรดเฉลี่ย} = \frac{17.75}{6.0} \approx 2.958

ถ้าเขียนทศนิยม 2 ตำแหน่ง จะได้ 2.96 เมื่อปัดเศษ หรือ 2.95 ถ้าตัดทศนิยมทิ้ง วิธีปัดให้ดูตามระเบียบของโรงเรียน สังเกตว่าวิชาที่มีหน่วยกิตมากมีน้ำหนักกับเกรดเฉลี่ยมากกว่า แต่ตัวเลขเฉลี่ยไม่ได้บอกว่าลูกติดตรงไหน ตารางรายวิชาจึงมีประโยชน์กว่าเมื่อต้องวางแผนช่วยลูก

อ่านผลการเรียนของลูก แล้วคุยต่ออย่างไร

ตัวเลขเป็นแค่จุดเริ่มต้นของบทสนทนา ลองใช้ 3 ขั้นนี้

1. เริ่มจากสิ่งที่ลูกทำได้ดี

ก่อนจะชี้วิชาที่ยังไม่ถึงเป้า ให้ถามถึงวิชาที่ลูกทำได้ดีขึ้นหรือรู้สึกภูมิใจ แล้วชมที่วิธีการ ไม่ใช่ที่ตัวลูก เช่น แทนที่จะพูดว่า "ลูกเก่งคณิตอยู่แล้ว" ลองพูดว่า "คณิตเทอมนี้ขึ้นมาเลยนะ หนูว่าเป็นเพราะอะไร" งานของ Mueller และ Dweck (1998) พบว่าเด็กที่ถูกชมความพยายามรับมือกับงานยากครั้งถัดไปได้ดีกว่าเด็กที่ถูกชมว่าฉลาด อ่านวิธีชมเพิ่มเติมได้ที่ ชมลูกอย่างไรให้อยากเรียน

2. ใช้คำว่า "ยัง" กับวิชาที่ยังไม่ถึงเป้า

แทนที่จะพูดว่า… ลองพูดว่า…
"ทำไมได้แค่ 1.5" "วิชานี้ยังไม่เป็นอย่างที่หนูอยากได้ ลองมาดูกันว่าติดตรงไหน"
"ทำไมไม่ได้เหมือนพี่" "เทียบกับเทอมก่อนของหนูเอง มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง"
"ปิดเทอมนี้ห้ามเที่ยว" "ปิดเทอมนี้เราแบ่งเวลาพักกับเวลาทบทวนเรื่องนี้ด้วยกันดีไหม"

3. หาสาเหตุด้วยกันก่อนหาทางแก้

เกรดที่ต่ำลงอาจมาจากหลายเรื่อง เช่น งานค้าง เนื้อหาใหม่ที่ยาก การนอนไม่พอ หรือความกังวลเวลาสอบ ถามลูกด้วยคำถามเปิด เช่น "ถ้าให้หนูเลือกเรื่องเดียวที่อยากเข้าใจมากขึ้น จะเป็นเรื่องไหน" แล้วนัดคุยกับครูถ้าต้องการข้อมูลรายตัวชี้วัด

งานวิเคราะห์อภิมานของ Hill และ Tyson (2009) พบว่าการมีส่วนร่วมของพ่อแม่แบบ academic socialization เช่น การพูดคุยเรื่องคุณค่าของการเรียนและการวางแผนอนาคตร่วมกัน มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับผลการเรียนมากที่สุด การคุยเรื่องผลการเรียนอย่างใจเย็นจึงเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยลูก ถ้าจะใช้ช่วงปิดเทอมทบทวนเรื่องที่ยังไม่แน่น ดูตัวอย่างแผนได้ใน ปิดเทอมใหญ่ทำอะไรดี และถ้าลูกกังวลกับการสอบรอบหน้า ลองอ่าน ให้กำลังใจลูกก่อนสอบอย่างไร

ตีโจทย์ออกแบบให้เห็นมากกว่าเกรดตรงไหน

  • ดาวความเข้าใจและแผนที่การผจญภัยต่อบท ออกแบบให้เห็นว่าลูกเข้าใจหัวข้อไหนแล้ว หัวข้อไหนยังต้องฝึก ละเอียดกว่าเกรดรวมทั้งวิชา
  • รายงานผู้ปกครองรายสัปดาห์ทาง LINE เทียบกับตัวลูกเอง ไม่เทียบกับคนอื่น พร้อมสิ่งที่พ่อแม่ช่วยได้และเรื่องชวนคุย
  • โจทย์ตรงหลักสูตรไทยและตรงระดับ ปรับความยากตามที่ลูกพร้อม และทบทวนแบบเว้นระยะอัตโนมัติ เหมาะกับการเก็บเรื่องที่ยังไม่แน่นช่วงปิดเทอม
  • เด็กตั้งเป้าหมายเองได้ ป.4–6 เลือกการ์ดเป้าหมาย ส่วนวัยรุ่นใช้ WOOP กับแผน "ถ้า…แล้วจะ…" ให้เป้าเป็นของลูกจริง ๆ

สรุป

เกรดระดับมัธยมมี 8 ระดับตั้งแต่ 0 ถึง 4 เกณฑ์ผ่านอยู่ที่ร้อยละ 50 และตัวอักษรอย่าง ร หรือ มส บอกว่ายังมีบางอย่างที่ต้องทำให้ครบ ระดับประถมโรงเรียนเลือกระบบรายงานได้เอง เมื่อได้ผลการเรียนแล้ว ให้เริ่มจากสิ่งที่ลูกทำได้ดี ใช้คำว่า "ยัง" กับวิชาที่ยังไม่ถึงเป้า และหาสาเหตุด้วยกันก่อนวางแผน ตัวเลขบอกผลของภาคเรียนที่ผ่านมา แต่บทสนทนาของคุณช่วยกำหนดว่าภาคเรียนหน้าลูกจะเริ่มต้นด้วยความรู้สึกแบบไหน

ตีโจทย์กำลังเตรียมเปิดให้ใช้ ถ้าอยากลองเป็นกลุ่มแรก ลงชื่อรอไว้ได้ที่หน้าแรกของ teejot.com

คำถามที่พบบ่อย

ลูกได้เกรด 0 ในวิชาหนึ่ง จะต้องเรียนซ้ำชั้นหรือเปล่า

ไม่จำเป็น แนวปฏิบัติของ สพฐ. ให้โรงเรียนสอนซ่อมเสริมในตัวชี้วัดที่ยังไม่ผ่านก่อน แล้วให้สอบแก้ตัวได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ถ้ายังไม่ผ่านจึงเรียนซ้ำเฉพาะรายวิชานั้น ส่วนการเลื่อนชั้นพิจารณาจากภาพรวมตามเกณฑ์ของโรงเรียน

โรงเรียนประถมใช้เกรดแบบเดียวกับมัธยมไหม

ไม่เสมอไป ระดับประถมศึกษา โรงเรียนเลือกได้ว่าจะรายงานเป็นตัวเลข ตัวอักษร ร้อยละ หรือคำสำคัญที่สะท้อนมาตรฐาน ส่วนมัธยมศึกษาใช้ตัวเลข 8 ระดับ ถ้าไม่แน่ใจ ถามครูประจำชั้นได้ว่าโรงเรียนใช้ระบบใด

ปพ.1 กับสมุดรายงานผลที่ลูกถือกลับบ้านต่างกันอย่างไร

ปพ.1 คือระเบียนแสดงผลการเรียน เป็นเอกสารหลักฐานที่ใช้รับรองผลการเรียนและวุฒิ เช่น ตอนจบช่วงชั้นหรือย้ายโรงเรียน ส่วนแบบรายงานประจำตัวนักเรียนเป็นเอกสารที่โรงเรียนใช้แจ้งผลให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะ

แหล่งอ้างอิง

  1. สพฐ. แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (เผยแพร่โดยสำนักทดสอบทางการศึกษา)
  2. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. — หน้าเอกสารแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้
  3. The Basic Education Core Curriculum B.E. 2551 (A.D. 2008) — Criteria for Learning Assessment
  4. Mueller & Dweck (1998) Praise for intelligence can undermine children's motivation and performance
  5. Hill & Tyson (2009) Parental involvement in middle school: a meta-analytic assessment

ตีโจทย์ให้แตก เข้าใจทุกขั้นตอน

ติวเตอร์ AI ตามหลักสูตรไทยที่พาเด็กตีโจทย์เองทีละขั้น พร้อมรายงานที่พ่อแม่เข้าใจง่าย

Product ของ บริษัท หนุมานไอที จำกัดตีโจทย์พัฒนาและให้บริการโดย บริษัท หนุมานไอที จำกัด ซึ่งดำเนินงานตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001, ISO/IEC 27701 และ ISO 27799

© 2569 ตีโจทย์ (TeeJot)

ข้อมูลของเด็กได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล